สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆท่าน Welcome to...



วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

วิธีเลือก...ชุดชั้นในคุณแม่ตั้งครรภ์



ชุดชั้นในคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ถือเป็นหนึ่งส่วนที่สำคัญสำหรับคุณแม่ทั้งมือเก่าและมือใหม่ ในช่วงเวลาที่ตั้งครรภ์แบบนี้ควรจะเลือก ชุดชั้นในคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่ใส่สบายที่สุด เพราะว่าหากเลือกชุดชั้นในคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ดีจะทำให้เกิดอาการปวดหลังและปวดเอวได้

2 วิธีเลือก ชุดชั้นในคุณแม่ตั้งครรภ์

1. เลือกให้ใส่สบาย

ในช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนและรูปร่างของคุณแม่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดเหงื่อออกง่ายและมีระดูขาวมากกว่าปกติ กางเกงในสำหรับยามท้องจึงควรเป็นผ้าผ้ายเพราะเนื้อผ้าสวมใส่สบายซึมซับเหงื่อและระดูขาวได้ดี ซึ่งหากสวมใส่กางเกงในที่ระบายอากาศไม่ดีอาจเกิดการอับชื้นจนเป็นสาเหตุของเชื้อราได้

2. เลือกให้เหมาะกับร่างกาย

- บิกินนี่

ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ (หน้าท้องยังขยายไม่ใหญ่มากนัก) คุณแม่บางคนจะเคยชินกับการใส่กางเกงในเอวต่ำและกังวลว่าตอนท้องจะต้องใส่กางเกงในตัวใหญ่ๆ หรือรูปแบบที่ไม่ถูกใจ ช่วงอายุครรภ์น้อยๆแบบนี้อาจเลือกใช้กางเกงในแบบบิกินี่ที่ขอบเอวจะอยู่ใต้ท้องจะทำให้คุณแม่รู้สึกสบาย ไม่อึดอัดหรือรัดแน่นช่วงหน้าท้อง แถมยังเรียกความมั่นใจและความเซ็กซี่กลับคืนมาได้อีกด้วย

- กางเกงในพยุงครรภ์

คุณแม่อายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป หน้าท้องจะเริ่มขยายใหญ่และมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดอาการปวดหลังและปวดเอวตามมาได้ ช่วงนี้จึงควรเลือกกางเกงในพยุงครรภ์ เพราะตัดเย็บมาสำหรับคุณแม่ท้องโดยเฉพาะด้วยการออกแบบที่ตัดต่อรอบใต้ท้องด้วยผ้า 2 ชั้น ซึ่งมีความยืดหยุ่นและปรับขนาดได้ตามสรีระหรือหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้น

นอกจากนี้กางเกงในพยุงครรภ์ยังช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดเอว เพราะสามารถช่วยโอบอุ้มท้องและแบกรับน้ำหนักท้องทำให้คุณแม่เดินสะดวกยิ่งขึ้นและรู้สึกสบายเมื่อได้สวมใส่

- กางเกงในหลังคลอด

เพราะคุณแม่ท้องส่วนใหญ่จะกังวลกับปัญหาหน้าท้องไม่ยุบ สะโพกใหญ่ ไขมันส่วนเกินมักต้องการหุ่นที่เฟิร์มเหมือนตอนก่อนตั้งครรภ์ ลองเลือกใช้กางเกงในหลังคลอดที่มีลักษณะเหมือนสเตย์ เนื่องจากการออกแบบให้มีซิปด้านข้างทำให้คุณแม่สวมใส่ได้ง่ายและยังมีคุณสมบัติช่วยกระชับกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกินได้เป็นอย่างดี

นอกจากการเลือกกางเกงในให้เหมาะสมกับอายุครรภ์และสไตล์ของคุณแม่แต่ละคนแล้ว การรักษาความสะอาดของกางเกงในและจุดซ่อนเร้นก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าดูแลรักษาไม่ดีเชื้อโรคและเชื้อราต่างๆ ก็อาจมาเยือนได้เช่นกัน

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ชะลอ...ความชราด้วยตนเอง


ทำไมเมื่ออายุมากขึ้นผิวพรรณจึงร่วงโรยและเกิดริ้วรอย คำถามนี้เกิดขึ้นในใจเมื่อถึงวัยวัน คณะทำงานจึงภูมิใจเสนอข้อมูลชะลอความชราสำหรับ หนุ่มสาว ที่เหลืออยู่ไม่มากนัก

มูลเหตุที่เร่งให้เราแก่ขึ้น เราคงทราบแล้วว่าอนุมูลอิสระเป็นตัวทำลายความเป็นหนุ่มเป็นสาวของเรา โดยอนุมูลอิสระตัวร้ายถูกเร่งให้เกิดจากแสงแดด จ้าที่เข้มข้นด้วย รังสี UV เกินปกติ จากความบกพร่องของบรรยากาศของโลกที่ถูกทำลาย มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม การสูบบุหรี่และสารปนเปื้อน ในอาหารที่เรารับประทานทุกวัน อนุมูลอิสระเหล่านี้จะส่งผลทำลายผิวหนังในขั้นกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชนิด คือ คอลลาเจน และอีลาสติน ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผิวหนังดูเต่งตึง และมีความยืดหยุ่นดี ซึ่งจะถูกทำลายให้บางลง และสูญเสียความ ชุ่มชื้น ทำให้ผิวพรรณดูแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียน และผิวหนังมีการยุบและทรุดตัวลงเกิดริ้วรอยของความชรา ทำความรู้จักวิธีการชะลอความชรา

การเอาใจใส่ดูแลผิวพรรณอย่างใกล้ชิดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชะลอการเกิดริ้วรอย และไม่จำเป็นต้องเริ่มเมื่อคุณเข้าสู่วัยชราด้วย เพราะเมื่อมีริ้วรอย เกิดขึ้นแล้วก็ยิ่งต้องหาทางป้องกันและรักษาไม่ให้ผิวเสียมากขึ้นด้วยวิธีการต่อไปนี้ จะช่วยรักษาผิวสวยของคุณไว้ได้

*การเติม Collagen และ Elastin ที่ขาดหายไปจากเซลล์ผิว
โดยการเติม Collagen และ Elastin อันเป็นส่วนประกอบของ ผิวหนังเอาไว้ ซึ่งจะเริ่มเสื่อมสลายลงไปเมื่อมีอายุ 25-30 ปี ปัจจุบันมีการค้นคว้าหาแหล่งธรรมชาติที่จะเพิ่มส่วนประกอบนี้ และเราต้องขอขอบคุณ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยจนพบว่า Marine Protein ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดพิเศษที่ได้จากปลาทะเลลึก มีส่วนสำคัญ ในการทดแทนองค์ประกอบ สำคัญของผิวหนังเอาไว้

*การรับประทานสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ
สารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระเปรียบเสมือนวีรบุรุษที่เกิดจากธรรมชาติช่วยกำจัดตัวการสร้าง อนุมูลอิสระให้หมดฤทธิ์เงียบหายไป ไม่สามารถทำลายเซลล์ชั้นผิวหนัง ซึ่งได้แก่ เบต้าคาโรตี วิตามินซี วิตามินอี และโดยเฉพาะ OPC สารสกัด จากเมล็ดองุ่น ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดอนุมูลอิสระ (Super Antioxidant) มีคุณสมบัติเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อคอลลาเจน และอีลาสตินที่ปกป้องจากการถูกทำลาย

*การรักษาความชุ่มชื้นไว้กับเซลส์ผิว
การสูญเสียความชุ่มชื้นจากเซลส์ผิว ทำให้เกิดความหยาบกร้าน และริ้วรอย การเลือกใช้ครีม ที่ให้ความชุ่มชื้น (Moisturizer) โดยเฉพาะครีมที่ให้ความชุ่มชื้นชนิดพิเศษ ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า Moisturizer โดยทั่วไปสังเกตได้จากส่วนผสม ที่มีส่วนประกอบประเภท ไฮโดรไลซ์ อีลาสติน, AHA, โปรคอลลาเจน, โซเดียม พีซีเอ เป็นต้น

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บางสูตรที่นำสารเหล่านี้มารวมกัน ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก บางท่านอาจใช้วิธีรับประทานตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับ ผิว เช่น น้ำมันจากดอกอิฟนิ่ง พริมโรส หรือวิตามิน อี ที่ได้จากแหล่งธรรมชาติจากจมูกข้าวสาลี (Wheatgerm Oil)

*ปกป้องผิวสวยจากแสงแดด
การใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันแสงแดดจ้าอย่างในบ้านเรา ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ให้ เลือกมากมาย สังเกตได้ว่ามีส่วนผสมของ Tatannuium Dioxide จึงช่วยสะท้อนกลับรังสีได้ดี บางผลิตภัณฑ์อาจมีการผสมกับน้ำมันจากดอกอิฟนิ่ง พริมโรส ก็ช่วยบำรุงให้ผิวให้ดูขาวสดใสเพิ่มขึ้นอีกด้วย

*การผลัดเซลล์ผิว
ผิวพรรณของเรามีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ทุก 4 สัปดาห์ แต่ในผิวชราจะมีการผลัดเซลส์ผิวที่ช้าลง จึงมีเซลส์ผิวที่ ตายแล้วสะสมบนผิวหน้าของเราทำให้ดูหมองคล้ำหยาบกร้าน และเหี่ยวย่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากผลไม้อย่าง AHA จะช่วยเร่งการผลัด เซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่เพิ่มขึ้น

สูตรสำเร็จชะลอความชรา การดูแลผิวพรรณต้องใช้หลายวิธีประกอบกันหลายอย่างดังที่กล่าวมา การยืดเวลาให้กับนาฬิกาจึงต้องใช้การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายและการคลายความเครียด การทำให้จิตใจให้เบิกบาน และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หากคุณได้เลือกเทคนิคดังกล่าว มาใช้บ้าง คุณจะเป็นเจ้าของสุขภาพผิวงามตราบนานเท่านาน

จาก...วารสารการศึกษานอกโรงเรียน
*

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

คลิปวีดีโอ สอนแต่งหน้า แต่งตาสาววัยรุ่น





อุปกรณ์:

อุปกรณ์แต่งหน้า โทนสี ม่วง-น้ำเงิน, ขนตาปลอม, มาสคราร่า, ที่ปัดแก้ม, ลิปสติกสีอ่อน

วิธีทำ:

1. ลงสีขอบตาก่อน แล้วตามด้วยโทนสีต่างๆ ที่ใกล้เคียงกัน

2. ติดขนตาปลอม

3. ลงสีลิปสติก สีอ่อน (ดูรายละเอียดได้ในคลิปวีดีโอ)

วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อยากจะบอกให้รู้ว่า นี้คืออุทาหรณ์สอนใจหญิง...


เป็นเรื่องของน้องสาวแท้ๆของผมเอง ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงจบโท MbA จากอเมริกาจะตกอยู่ในชะตากรรมแบบนี้

เรื่องมีอยู่ว่า...หลังจากจับได้ว่าแฟนที่ทำงานอยู่ในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในโอไฮโอหลอกฟันน้องใหม่ที่ทำงานด้วยกันได้ระยะหนึ่ง น้องเอ(นามสมมติ) จึงตัดสินใจเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบกันมาเกือบ 7 ปี และตัดสินใจว่าจะไม่ไว้ใจผู้ชายที่ไหนอีกแล้ว ถึงแม้ว่าแฟนหนุ่มจะขอคืนดีด้วยและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แต่น้องเอไม่ให้อภัย

หลังจากกลับมาทำงานที่ประเทศไทยชีวิตน้องเอประสบความสำเร็จแทบทุกด้าน เพราะความที่มีดีกรีจบจากนอก และยังเป็นสาวสวย หุ่นดี ฉลาดปราดเปรียว มีชายหนุ่มหน้าตาดี ร่ำรวยหลายนายมาตามติดพัน แต่น้องเอยังไม่กล้ารับรักใครซักคนเพราะยังเจ็บปวดจากแผลเดิม เธอคิดว่า รักกับใคร่ ผู้ชายส่วนมากหลงใหลกับความใคร่มากกว่า

วันหนึ่งฝนตกหนัก รถเธอเสียจำเป็นต้องจอดทิ้งไว้ที่ทำงาน เธอแย่งเรียกแท็กซี่กับคนอื่นๆด้วยความยากลำบากโดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าแท็กซี่คนนั้นจะขับพาเธอออกนอกเส้นทางเพื่อลวงเธอไปข่มขืนในเวลาต่อมา

เธอถูกทำร้ายแต่โชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยเธอไว้ได้ทันที่ข้างทางด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ และเข้ามาในจังหวะที่พอดี จึงทำให้เธอประทับใจหนุ่มร่างสูงคนนั้นเข้าอย่างจัง

และเหมือนเป็นฟ้าประทานคนดีๆมาให้เธอ บ้านของเขาอยู่ห่างบ้านเธอเพียงไม่กี่ซอย เธอคิดว่าช่างบังเอิญที่ได้พบเขาหลายครั้งในวันต่อๆมา ชายหนุ่มมีฐานะไม่ร่ำรวยกว่าเธอแต่เป็นคนขยันเอาการเอางาน รวมทั้งเข้าอกเข้าใจนิสัยผู้หญิงเป็นอย่างดี ไม่นานนักเขาก็สามารถพิชิตใจน้องเอได้และได้เสียกันในเวลาต่อมา

น้องเอเคยคิดว่าจะไม่มีอะไรกับผู้ชายคนไหนอีกจนกว่าจะแต่งงาน หลังจากที่เลิกกับแฟนเก่า ดังนั้นน้องเอจึงเล่าให้ชายหนุ่มที่รักและไว้ใจฟังว่าเธออยากแต่งงานกับเขา ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธแต่ขอเวลาตั้งตัว 1 ปี

นับวันความรักและความไว้ใจในตัวหนุ่มคนรักจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งน้องเอได้รับเมล์จากเพื่อน เป็นภาพน้องเอร่วมรักกับแฟนหนุ่มที่บ้าน ด้วยความตกใจและกังวลคิดอะไรไม่ออก ที่พึ่งก็คือแฟนหนุ่มคนเดียวเพราะเรื่องนี้น้องเอจะให้พ่อแม่รู้ไม่ได้ จึงรีบโทรศัพท์นัดแนะกับแฟนหนุ่มเพื่อที่จะไปหาทันที

คืนนั้นหญิงสาวได้แต่ร้องไห้เมื่อรู้ว่าภาพนั้นเป็นฝีมือที่คนรักได้ตั้งกล้องอัตโนมัติไว้ถ่ายเองเพื่อเก็บไว้ดูเล่น แต่ถูกน้องชายขโมยไปโชว์เพื่อนจนในที่สุดก็โลดแล่นอยู่ในอินเตอร์เน็ต

น้องเอรับน้ำส้มจากแฟนหนุ่มมากินไปร้องไห้ไป ไม่ถึง 10 นาทีก็รู้สึกแปลกๆตัวและหน้าร้อนจัด อึดอัดที่หน้าอก และอยากมีเซ็กให้ได้ แฟนหนุ่มเข้ามากอดเธอและช่วยให้เธอสมหวัง แล้วเธอก็สะลึมสะลือหลับไป

ขณะครึ่งหลับครึ่งตื่นเธอได้ยินเสียงแฟนหนุ่มคุยโทรศัพท์... เริ่มไหวตัวแล้วเฮีย เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะอัดยาให้มันอีกตอนส่งตัวไปที่ห้องไอ้พวกนั้นมันจะได้อยากเยอะๆ, เออ มันดันเห็นรูปในเน็ตซะก่อน แต่ไม่ต้องห่วงสินค้าดีๆแบบนี้ไม่พลาดหรอก, พูดภาษาอังกฤษคล่องเลย ผมเคยฟังมันพูดกับ......

โดยไม่รอฟังจนจบน้องเอรู้แต่ว่าต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อ่อนแรงที่ขา หล่อนล้มลงทำของบนโต๊ะหล่น คนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นแฟนรักเดินเข้ามารวดเดียวถึงตัวเธอแล้วฉีดยาให้ 1 เข็ม น้องเอพยายามดิ้นแต่ไม่มีแรง น้ำยาสีน้ำเงินวิ่งเข้าเส้นเลือดอย่างน่ากลัวแล้วความรู้สึกเจ็บปวดก็ตามมา จากนั้นเธอก็เริ่มร้อนอยากมีsex อีก ผู้ชายที่เธอเคยรักและไว้ใจที่สุดยืนมองเธอดิ้นทุรนทุรายอยู่เบื้องหน้าแล้วออกไป

สักพักก็มีผู้ชายอีก 2 คนเข้ามาข่มขืนเธอแล้วฉีดยาแบบเดิมให้เธออีกครั้ง จากนั้นเธอก็ถูกพาตัวไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งแถวนานา เธอทั้งกลัว ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น แต่ฤทธิ์ยาทำให้เธอไม่มีแรง มีแต่ความปรารถนาทางกาย ก่อนที่เธอถูกนำไปส่งให้พวกแขกในห้อง เธอถูกฉีดยาอีก 1 เข็มและถูกขู่ว่ารูปที่เธอมีsexด้วยความเต็มใจในวันนี้ทั้งหมดจะถูกนำไปวางตามท้องตลาดถ้าเธอไปแจ้งตำรวจ

หลังจากวันนั้นน้องเอได้แต่กลัวผู้คนภายนอกไม่สามารถคุยกับใครและสบตาใครได้อย่างเดิม ไม่นานภาพที่พวกมันเก็บไว้ก็ออกมาเป็นที่ฮือฮาของพวกวัยรุ่นที่ได้รับ forword mail มาเป็นทอดๆโดยคิดว่าเป็นเรื่องสนุก และเป็นภาพสมยอมของผู้หญิงร่าน

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยชอบสะสมและ forword mail ทำนองนี้ไปให้เพื่อน แต่วันนี้มาเจอกับน้องสาวตัวเองเข้า ถึงได้รู้ว่ามันเจ็บเพียงไหน

พวกมันทำงานเป็นทีม ผมสู้คดีแต่แพ้ไป 3 รอบเพราะมีนักการเมืองหนุนพวกมันอยู่ เราถูกขู่ฆ่าทั้งครอบครัวอยู่ครับ

ช่วยกันหยุดการย่ำยีผู้หญิงดีๆเถอะครับ เมื่อเจอกับครอบครัวตัวเองผมจึงได้รู้ วอนทุกท่านอย่าสนับสนุนสื่อลามกและการขายตัวเลยครับ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ด้วย

อุทาหรณ์สอนหญิง จงย้ำเตือนตนเองเสมอ

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง...

ปล. เรื่องราวนี้...อยากจะบอกให้รู้ว่า นี้คืออุทาหรณ์จริงๆๆๆ...ผมได้รับจากที่เพื่อนๆส่งเมล์ต่อๆมา อ่านแล้วระวังตัวด้วยนะครับ
*

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บนเส้นทาง...กว่าจะมาเป็น "พยาบาล"


กบนอกกะลา - พยาบาล1 23.7.10 1/3 – 3/3



กบนอกกะลา - พยาบาล2 30.7.10 1/3 – 3/3



คลิกซ้ายที่นี่... เลือกดู "กบนอกกะลา" ย้อนหลังทุกๆตอน


"พยาบาล..เส้นทางแห่งความเสียสละ"


นาทีแห่งความเจ็บปวดด้วยโรคร้ายหรือความป่วยไข้ หรือนาทีเป็นนาทีตายแห่งชีวิตของผู้คนจากอุบัติเหตุเภทภัย แสงสว่างจากเครื่องแบบสีขาว คือความหวังที่จะต่อลมหายใจ ความหวังนั้นไม่ได้มีเพียงแพทย์เท่านั้น เพราะการเยียวยารักษาพยาบาลความป่วยไข้ ผ่าตัด หรือช่วยชีวิต จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีบุคคลสำคัญที่ เรียกว่า "พยาบาล"

"พยาบาล" เป็นได้ทั้งชายและหญิง เพียงแต่ควรจะสูงกว่า 150 ซ.ม. และน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 40 ก.ก. ไม่เช่นนั้น การดูแลช่วยเหลือคนไข้อาจทำได้ไม่สะดวกและไม่มีประสิทธิภาพ เพราะมีหน้าที่หลักสำคัญ คือ การดูแลช่วยเหลือคนไข้ในทุกๆเรื่อง เป็นทั้งแขนขาเวลาที่คนไข้ไม่สามารถขยับเขยื้อนเองได้ เป็นเหมือนปากเวลาที่คนไข้พูดไม่ได้ ดื่มน้ำ หรือกินข้าวเองไม่ได้ และเป็นเหมือนดวงตา เวลาที่คนไข้มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนอวัยวะต่างๆของหมอ เพราะมีหน้าที่กระทำการทุกอย่างตามที่แพทย์วินิจฉัย ตั้งแต่ฉีดยา ทำแผล เจาะเลือด ให้น้ำเกลือ ฯลฯ จนถึง ปั๊มหัวใจ เพื่อรักษาชีวิต

"พยาบาล" คือผู้ที่มีวิชาความรู้ในการดูแลมนุษย์ทุกคน ตั้งแต่ก่อนเกิด คือเมื่อแม่ตั้งครรภ์ จนกระทั่งคลอดลูก เรียนรู้วิธีการดูแลทารกแรกเกิด ดูแลเด็กจนเติบโต ดูแลผู้ใหญ่ในฐานะผู้ป่วย ไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ในยามที่เรียกว่า ไม้ใกล้ฝั่ง จนกระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งชีวิต จึงจะพ้นจากภาระหน้าที่ความรับผิด- ชอบของผู้ที่ได้ชื่อว่า "พยาบาล" และ

"พยาบาล" คือผู้ที่ต้องสลับผลัดเปลี่ยนกันปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วย คลอดลูก อุบัติเหตุ อาชญากรรม ไปจนถึงวินาศภัย เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา "พยาบาล" จึงต้องพร้อมเสมอสำหรับการทำหน้าที่ในห้องฉุกเฉิน ห้องคลอด และห้องผ่าตัด นอกเหนือจากการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนป่วยที่ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั้งวันทั้งคืน

"พยาบาล" จึงไม่ใช่เพียงการประกอบอาชีพ เพื่อการมีรายได้ แต่ยังเป็นวิชาชีพ ที่ต้องพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์แห่งความหดหู่ โศกเศร้า และกดดันกับนาทีเป็นนาทีตายของทุกชีวิต และพร้อมที่จะเสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อการดูแลช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยความเมตตา

ขอขอบคุณ : http://www.tvburabha.com/
*

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สวยใส เป็นธรรมชาติ

ขอบคุณคนงาม presenter: คุณ วรรษา ภู่ทองเกษ ห้องตรวจยาย เอ๊ย...ห้องตรวจตา อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 5 โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรุงเทพมหานคร 02-517-4270ถึง9 ต่อ 7524 ท่านที่มีปัญหาเรื่อง "ตา" เชิญ ขอคำแนะนำเบื้องต้นได้นะจ๊ะ...เรื่อง "ยาย" มะเกี่ยวเน้อ ต้องห้องสูตินู่น...
*

สวยใส เป็นธรรมชาติ...

มีเทรนด์ใหม่ในการแต่งหน้าที่เป็นธรรมชาติ แค่แต่งแต้มสีสันบนใบหน้าแบบบางๆ ก็ช่วยให้คุณดูสวยสดใสได้ค่ะ

เริ่มจากรองพื้น: ก่อนลงรองพื้นให้ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด จากนั้นเลือกรองพื้นที่เข้ากับสีผิวของคุณทาเพียงบางๆ โดยเกลี่ยให้ทั่วทั้งใบหน้าเพื่อปกปิดริ้วรอยค่ะ

แต่งตา: ลงสีเปลือกตาด้วยอายแชโดว์ โดยไล่น้ำหนักของสีจากหางตาไปถึงหัวตา สำหรับเทรนด์การลงสีตาในช่วงนี้ จะลงสีเข้มที่หางตาแล้วค่อยๆไล่สีมาเรื่อยๆ จนถึงกลางเปลือกตาเท่านั้นทำให้ดวงตาดูมีสีสัน ไม่จืดชืด จากนั้นให้เขียนขอบตาด้วยพู่กันปลายเล็ก ควรเลือกสีน้ำตาลเข้มเพื่อช่วยให้ตาดูโตขึ้น ลักษณะการลงเส้นขอบตาของคนตาเล็ก ก็ให้ลงเส้นใหญ่หน่อย เพื่อช่วยให้ตาดูโตขึ้น ส่วนคนที่ตาโตดูสวยอยู่แล้ว ก็แค่กรีดเส้นเล็กๆไปตามเส้นดวงตาเป็นการเน้นให้ตาดูคมขึ้น

สีคิ้ว: เพื่อความเป็นธรรมชาติของสีคิ้วแนะนำให้ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลกับแปรงปลายตัด เขียนคิ้ว โดยลงไม่ต้องเข้มมากจนเกินไป คุณอาจจะใช้ดินสอสีน้ำตาลแดงเขียนคิ้วซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้คิ้วดูคมและโฉบเฉี่ยวขึ้นค่ะ

ปัดแก้ม: ปัดแก้มให้ดูมีเลือดฝาด วิธีการปัดนั้นให้ปัดเฉพาะตรงช่วงโหนกแก้ม ซึ่งจะทำให้สีไม่สดจนเกินไป แถมยังทำให้คุณดูเป็นสาวที่มีสุขภาพผิวที่ดี สดใสด้วยค่ะ

ทาปาก: อย่าลืมตบท้ายด้วยการทาลิปสติกนะคะ
*

*

5 ขั้นตอน ง่ายๆ สู่ผิวสวยใส

ขอบคุณคนงาม presenter: คุณ วรรษา ภู่ทองเกษ ห้องตรวจยาย เอ๊ย...ห้องตรวจตา อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 5 โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรุงเทพมหานคร 02-517-4270ถึง9 ต่อ 7524 ท่านที่มีปัญหาเรื่อง "ตา" เชิญ ขอคำแนะนำเบื้องต้นได้นะจ๊ะ...เรื่อง "ยาย" มะเกี่ยวเน้อ ต้องห้องสูตินู่น...
*

5 ขั้นตอน ง่ายๆ สู่ผิวสวยใส...

1. ขัดผิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ขัดลอกที่อ่อนโยนต่อผิว ควรขัดลอกผิวอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

2. เพิ่มความชุ่มชื้น ถ้าผิวแห้ง ควรทาด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ และใช้ครีมที่มีความมันมากในเวลากลางคืน ถ้าผิวมันควรทามอยเจอร์ไรเซอร์ 2-3 นาทีก่อนแต่งหน้า

3. เอามือให้ห่างจากหน้า อย่าเอามือจับขนตา เท้าคาง เพราะอาจจะเพิ่มความสกปรกให้กับหน้าโดยไม่จำเป็น

4. ทำความสะอาดใบหน้า สำหรับคนที่แต่งหน้าเมื่อเสร็จจากงาน ควรล้างหน้าทันที

5. เมื่อเป็นสิว ถ้าคุณเป็นสิวมากแนะนำให้ไปหาแพทย์โรคผิวหนังโดยเฉพาะ อย่าจัดการปัญหาสิวด้วยตัวเองนะคะ

เป็นไงคะ วิธีการรักษาใบหน้าของคุณ ถ้าทำได้ครบทั้ง 5 วิธี คุณก็จะมีผิวสวยใส ได้ไม่ยากเลยค่ะ
*

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง


สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง

วันนี้มีเรื่องนี้มาฝาก...ทราบหรือไม่ว่า สิ่งไหนที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง

1. สูบบุหรี่
นอกจากจะทำให้เกิดริ้วรอยยับย่นบริเวณรอบปาก บุหรี่ยังไปขัดขวางการไหลเวียนของเส้นเลือด ทำให้ปริมาณออกซิเจนผ่านไปยังเซลล์ผิวได้ไม่เพียงพอ ผิวจึงหมองคล้ำ ถ้าไม่สามารถสูบบุหรี่ให้น้อยลงได้ ควรบำรุงผิวด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ

2. มลภาวะ
สิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น จึงควรตื่นเช้าไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหรือเข้ายิม เพื่อเพิ่มพลังให้ร่างกายต้านอนุมูลอิสระ แล้วทาครีมที่มีสารแอนติออกซิแดนท์ เพื่อเป็นการปกป้องผิวปิดท้าย

3. อากาศแห้ง
ผิวหนังจะสูญเสียน้ำ ความชื้น และแห้งแตกราวกับเป็นเพื่อนรักกับจระเข้ ทางที่ดีหมั่นทาครีมบำรุงผิว และหาสเปรย์น้ำแร่มาฉีดเติมน้ำให้ผิวบ้าง

4. การเพิ่ม/ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
ผิวก็เหมือนอีลาสติก ยืดๆ หดๆ บ่อยเข้าก็เหี่ยวและเสียความยืดหยุ่นเป็นธรรมดา พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยการทานยา เพราะผลจากโยโย่เอฟเฟ็คท์จะทำให้น้ำหนักพุ่งพรวด ผิวแตกลาย และเกิดเซลลูไลท์

5. การถูหรือขัดที่ผิวหน้าแรงๆ
ต้องห้าม จำไว้ว่าการแต่งหน้า หรือบำรุงผิว ต้องทำอย่างเบามือ และอ่อนโยนที่สุด ลงทุนใช้แปรงปัดแก้มที่ทำจากขนสัตว์ ฟองน้ำเนื้อดี เพื่อป้องกันรอยยับย่น

6. สะอาดเกินไป
สาวอนามัย ทั้งล้าง ทั้งขัดใบหน้าจนขึ้นเงา การเสียดสีผิวมากเท่าไร ผิวก็ยิ่งหยาบกร้านได้มากเท่านั้น แถมมีโอกาสแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย

7. แอลกอฮอล์
หลังจากร่างกายเสพแอลกอฮอล์เข้าไป จะส่งผลให้ผิวแห้งจากภายในมาสู่ภายนอก ตับทรุด และทำลายวิตามินบีในร่างกาย

8. ยา
ยาบางชนิดมีผลข้างเคียง ทำให้ผิวแห้ง หรือไปกระตุ้นฮอร์โมนทำให้ผิวมันกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรถามเภสัชกรทุกครั้งว่า ยาที่รับประทานมีผลอะไรต่อร่างกายอีกบ้าง

9. ท้องผูก
อาการท้องผูกยังทำให้สารพิษต่าง ๆ สะสมไว้ในร่างกายและผิวพรรณ ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ รับประทานผัก ผลไม้ อยู่เสมอ

10. แสงแดด
เป็นตัวการทำลายผิวอยู่เป็นประจำ ด้วยยูวีเอ จะเข้าไปทำให้เกิดริ้วรอย ส่วนยูวีบี จะส่งผลให้เกิดการไหม้ แสบ ร้อน

ผู้หญิงคนไหนที่อยากสวย ก็อย่าลืมหลีกเลี่ยงสิ่งที่แนะนำให้มากที่สุด เพื่อความสวยที่ยาวนาน
*
*

ชีวามาลา - จั่นทิพย์ สุถินบุตร


ลมโชยโบกมาหอมกลิ่นมาลาน่าชื่นใจ
ลมโบกโกรกไหวไกวแกว่ง
หลายพันธุ์มากมีแย้มบานงามดีสีนวลแซม
สอดแกมสีแดงแซมม่วง

มาลีดอกใดสวยสดชื่นใจได้ชื่นชม
เคยเก็บเสียบผมจนร่วง
ฉันชมว่างามเดี๋ยวเดียวพลันทรามช้ำโรยร่วง
ดอกใบทั้งปวงโรยได้

คิดหวนครวญใคร่ทั่วไปหาใดแน่
กลับกลายเปลี่ยนแปรทุกวันไป
ดอกไม้ยังโรยเหี่ยวโหยโรยไป
เราทิ้งทันใดหล่นอยู่ในกลางดิน

คนเราเกิดมาแม้นเปรียบมาลาก็เช่นกัน
มีแต่แปรผันกลายสิ้น
นิจจาเปลี่ยนแปรเดี๋ยวเจ็บและแก่ผันแปรอาจิณ
ร่างกายฝังดินสิ้นเอย

คิดหวนครวญใคร่ทั่วไปหาใดแน่
กลับกลายเปลี่ยนแปรทุกวันไป
ดอกไม้ยังโรยเหี่ยวโหยโรยไป
เราทิ้งทันใดหล่นอยู่ในกลางดิน

คนเราเกิดมาแม้นเปรียบมาลาก็เช่นกัน
มีแต่แปรผันกลายสิ้น
นิจจาเปลี่ยนแปรเดี๋ยวเจ็บและแก่ผันแปรอาจิณ
ร่างกายฝังดินสิ้นเอย

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อย่ามัวแต่จับหน้าอก...


อย่ามัวแต่จับหน้าอก...

นอกจากการคลำหน้าอกหามะเร็งเต้านมแล้ว ยังมีอีกหลายจุดในร่างกาย ที่เราสามารถตรวจโรคต่างๆ นานาด้วยตัวเอง

*ลิ้น ให้แลบลิ้นมาจนสุด ถ้ามีจุดสีขาว สีเหลือง หรือสีส้ม กระจายอยู่ทั่วลิ้น นั่นแปลว่าคุณอาจมีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไปแล้ว และอาจกำลังจะเป็นกรดไหลย้อน ทีนี้มื้อต่อๆ ไปก็แค่กินรสเผ็ดให้น้อยลงหน่อย หรือไม่ก็ลองกินยาลดกรดแต่ปรึกษาหมดก่อนก็ดีนะ

*รักแร้ เมื่อไหร่ที่ผิวน้องจั๊กกะแร้เริ่มสากและดำขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ เป็นไปได้ว่าคุณมีฮอร์โมนอินซูลินในเลือดมากเกินไป และนั่นคืออาการของโรคเบาหวาน ให้รีบไปตรวจเลือดดู จะได้รู้ว่าตกลงเราเป็นเบาหวานหรือใช้โรลออนมากไป

*หนังศีรษะ ถ้าคุณไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมเลย แต่ก็ยังเจอผมร่วงเยอะ จนผมเริ่มบางผิดปกตินั่นอาจเป็นผลของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ รีบไปปรึกษาหมอ เพื่อวัดระดับการทำงานของต่อมไทรอยด์ ถ้ามีอะไรผิดปกติจะได้รีบรักษา

*ขนหน้าท้อง ถ้าจู่ๆ ขนอ่อนๆ ที่ท้องน้อยที่เคยบางๆ พอเซ็กซี่ กลับเส้นหนา หรือ ดกขึ้น นี่คือสัญญาณหนึ่งของโรค Polycystic Ovarian Syndrome (PCOS) หรือ การมีถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้นขนเลยดกและหนาขึ้นนั้นเอง รีบไปหาหมอสูตินารีแพทย์ของคุณ

*ตา ไม่ได้อดนอนแต่ใต้ตาดำปิ๊ดเป็นหมีแพนด้า คุณอาจจะกำลังเป็นภูมิแพ้อยู่ก็ได้ เพราะเวลาร่างกายเราเปิดรับสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ จะเกิดปฏิกิริยาปล่อยฮิสตามีน และที่อาการปรากฏให้เห็นได้ชัดก็คือ เกิดเป็นรอยคล้ำๆ ในบริเวณที่ผิวบางที่สุด ก็คือผิวใต้ดวงตา

ตามไปดู...บทความที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งเต้านม และคลิปวิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
*
*

เช็ค! ชุดชั้นในด่วน ต้นเหตุปวดคอ หลัง ไหล่


เช็ค! ชุดชั้นในด่วน ต้นเหตุปวดคอ หลัง ไหล่

ผู้หญิงคนไหนมีอาการปวดหลัง ไหล่ ต้นคอ โดยไม่รู้สาเหตุลองมาสำรวจการใส่ชุดชั้นในกันดูว่าใส่ไม่เหมาะสมกับสรีระหรือไม่!!

ชุดชั้นในเป็นอีกชุดหนึ่งที่ส่งให้รูปร่างผู้หญิงสวยงามได้ แต่การใส่ชุดชั้นในจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทันที ถ้าชุดนั้นไม่เหมาะสมกับสรีระ

"ชุดชั้นในที่ดีเวลาใส่แล้วต้องห่อหุ้มเต้านมทั้งหมด ใส่แล้วไม่มีเนื้อออกมาและไม่เห็นร่องหน้าอก ไม่คับและไม่หลวมเกินไป เพราะถ้าใส่คับเกินไปจะทำให้ปวดไหล่ ปวดหลัง และอาจลามไปถึงปวดต้นคอได้ บางรายหนักถึงขั้นเป็นไมเกรน นอกจากนี้ยังอาจทำให้เป็นโรคเชื้อราตามมา มีอาการคัน เพราะอากาศถ่ายเทไม่สะดวก"

เพื่อสุขภาพหน้าอกหน้าใจที่ดี การเลือกชุดชั้นในให้ยึดหลัก "3 ถูก" คือ
1.ถูกขนาด
2.ถูกกาลเทศะ
3.ถูกสุขภาพ
*
*

บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด


บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด

อาการปวดเมื่อยบริเวณคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลายๆคน โดยอาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการทำงาน เช่น นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเอียงคอเพื่อให้ศีรษะหนีบโทรศัพท์แทนการถือด้วยมือ

พฤติกรรมดังกล่าว หากทำบ่อยๆ จะส่งเสียต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ และเกิดอาการปวดเมื่อย คุณผู้อ่านจึงควร ลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าว และหันมาบริหารคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอ ตามคำแนะนำต่อไปนี้...

ยืดเหยียดคอ

ท่าที่ 1 ตั้งคอตรง และเอียงคอลงไปทางซ้ายสลับขวา


ท่าที่ 2 หันคอไปทางด้านซ้ายสลับขวา


ท่าที่ 3 ตั้งคอตรง เงยหน้าเอียงคอไปข้างหลัง กลับมาตั้งคอตรง และก้มหน้า เอียงศีรษะลงพื้น

เสริมความแข็งแรงของคอ

ท่าที่ 4 ตั้งคอตรง ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง วางที่หน้าผาก ก้มศีรษะไปด้านหน้า โดยให้ฝ่ามือดังกล่าวเป็นตัวต้าน เสริมความแข็งแรงให้คอด้านหน้า

ท่าที่ 5 เสริมความแข็งแรงของคอด้านหลัง ด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลังศีรษะ เงยหน้ากดศีรษะไปด้านหลัง ให้มือทั้งสองออกแรงต้าน


ท่าที่ 6 ตั้งคอตรง วางฝ่ามือเหนือใบหู เอนคอไปด้านข้าง ให้ฝ่ามือช่วยต้าน แล้วสลับทำอีกด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงคอด้านข้าง


ท่าที่ 7 เสริมความแข็งแรงให้กับคอด้านข้างในลักษณะหัน ด้วยการวางฝ่ามือที่แก้มใกล้ใบหู ออกแรงหันหน้าต้านฝ่ามือ ทำสลับอีกด้าน

ข้อควรรู้...การบริหารคอในท่าต่างๆ ข้างต้น ควรทำค้างแต่ละท่าราว 20 วินาที และไม่บริหารคอด้วยความรุนแรง เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้
*
*

เสริมสวยให้น้อง...


เสริมสวยให้น้อง...

กําลังอินเทรนด์อยู่ยามนี้ สําหรับแฟชั่นพิลึก

เจาะน้อง หรือเจาะเพื่อประดับตกแต่งสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายให้กับอวัยวะพึงสงวน หลายคนอยากรู้ว่าที่มา ที่ไป และวัตถุประสงค์ในการทําคืออะไร มามะจะเฉลยให้ฟัง โดยได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลจาก พญ.ชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ชื่อดัง

*เจาะ หมายถึง เจาะใส่ตุ้ม ใส่ห่วง บริเวณแคมเล็ก แคมใหญ่ หรือบางคนเจาะที่ตัวช่องคลอด

ข้อเสีย…มีปัญหาตั้งแต่การเจาะซึ่งมักเจาะกันเอง หรือมีร้านรับทําให้ จึงอาจไม่สะอาด มีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เชื้อไวรัสเอดส์ หรือเชื้อโรคชนิดต่างๆ อาจเกิดฝี เกิดการอักเสบลุกลามเข้าไปในช่องคลอด ปากมดลูก โพรงมดลูก ปีกมดลูก อุ้งเชิงกราน

รักษาหายก็อาจทําให้มีบุตรยาก ปวดมดลูก ปวดประจําเดือน ปวดท้องเรื้อรังตามมา รักษาไม่หายก็ต้องตัดมดลูกทิ้ง นอกจากนั้นการมีเพศสัมพันธ์ก็มักจะเจ็บปวด เพราะมีของแปลกปลอมอยู่ อาจเกิดการบาดเจ็บ ตามมาด้วยการอักเสบติดเชื้อซ้ำๆ

*ตัด หมายถึง ตัดขลิบแล้วเย็บ นิยมทําส่วนของแคมเล็ก โดยตัดให้เล็กลง หรือตัดให้แคมเล็กสองข้างเล็กเท่าๆ กัน ข้อดีคือ เป็นไปตามความเชื่อว่าแคมเล็กยิ่งเล็กหมายถึงเป็นสาวพรหมจรรย์ ส่วนข้อเสีย นอกจากเสี่ยงแพ้ยาชา ยาสลบ มีปัญหาอักเสบติดเชื้อจากการผ่าตัด เสียเงินเสียทองทั้งตอนผ่าตัดครั้งแรกและการผ่าตัดแก้ไขแล้ว

ยังมีความเชื่อว่าแคมเล็กยิ่งเล็กยิ่งดีไม่เป็นความจริง ขนาดของแคมเล็กนั้นเป็นไปตามเผ่าพันธุ์ุ และส่วนมากสองข้างจะไม่เท่ากันเหมือนอวัยวะอื่นๆ ของคนเรา เช่นมือเท้าตาหูสองข้างจะไม่เท่ากันทีเดียว แคมเล็กมีเส้นประสาทมาเลี้ยงมาก การตัดออกทําให้ความรู้สึกดีๆ ในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง นอกจากนั้นหากมีแผลเป็นจากการผ่าตัด ก็อาจทําให้การมีเพศสัมพันธ์เจ็บปวดได้

*ซ่อม หมายถึงซ่อมทําสาวที่ช่องคลอด ตัดเนื้อส่วนเกินออกและเย็บช่องคลอดใหม่ ข้อดี...หากช่องคลอดหลวมมาก การซ่อมที่ว่าทําให้หายหลวมอย่างรวดเร็วที่สุด ข้อเสีย…เสี่ยงแพ้ยาชายาสลบ เสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อของแผล ซ่อมเสร็จแล้วอาจไม่เป็นไปตามความต้องการคือกลายเป็นเล็กไปใหญ่ไป เสียเงินทั้งซ่อมครั้งแรกและแก้ไขครั้งต่อๆไป

นอกจากนี้ยังมีปัญหาความเครียดจากการเสียตังค์เจ็บตัวแล้วไม่สมหวัง บางคนผิดหวังมากเพราะคิดว่าซ่อมแล้วจะเรียกสามีกลับบ้านได้ สามีกลับหายไปลับ หลังซ่อมแม้แผลหายดีแล้ว อาจเจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งน้ำหล่อลื่นน้อยหรือสูงอายุ ซ่อมไปอาจมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้เลย ทางเลือกคือ เปลี่ยนจากซ่อมมาขมิบ แนะนําให้ขมิบอย่างน้อยวันละ 100 ครั้ง โดยทั่วไปสามเดือนจะเห็นผล

*เสริม เป็นการตกแต่งจิ๋มที่กําลังมาแรงแซงโค้ง คือฉีดซิลิโคนเสริมเข้าไปทั้งเสริมโหนก เสริมในช่องคลอดส่วนที่เสริมในช่องคลอดอ้างว่าขยายจุดจี ให้มีความสุขทางเพศมากขึ้น ข้อดี...ใหญ่บริเวณที่ฉีดทันที ข้อเสีย…เสียเงิน เกิดปัญหาเหมือนการเจาะทุกประการ การที่ว่าเพื่อขยายจุดจีนั้นเป็นความเชื่อแต่ไม่เป็นความจริง เพราะจุดจีของคุณผู้หญิงบางคนก็ไม่มี ของบางคนก็ไม่แน่ว่าอยู่ตรงไหน

สรุป…เสริมสวยจิ๋มนี้แพทย์ไม่แนะนํา เพราะเสียเงิน เจ็บตัว อันตราย อีกทั้งผลเสียมีมากกว่าผลดีมากๆ นอกจากนั้นยังมีคําแนะนําว่า หากมีคนคิดเสริมสวยจิ๋ม ทางที่ดีควรค้นหาปัญหาทางจิตใจ เพราะบางคนที่คิดอยากทําเพราะมีความทุกข์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง หาทางออกไม่ได้ ซึมเศร้า ย้ำคิดย้ำทํา มีความคิดเบี่ยงเบนจากความจริง เก็บกดต้องการระบายออก ไม่มีอะไรจะทําฯลฯ มากกว่าอยากเสริมสวยจิ๋มจริงๆ
*
*

ทำอย่างไรไม่ให้เท้าป่วย


ทำอย่างไรไม่ให้เท้าป่วย

มาบำบัดรักษาเท้าของคุณด้วยการนวดกันเถอะ...

เราใช้เท้าทุกวี่ทุกวัน โดยเฉพาะสาวๆ บางคนก็สวมรองเท้าส้นสูงทรมานเท้าเข้าไปอีก หรือบางคนถูกรองเท้าบีบรัดจนเป็นแผลพุพอง ดังนั้น เราจึงควรถนอมเท้าคู่ชีวิตของเราให้ใช้งานได้นานๆ ดีกว่านะคะ

*เจล...ป้องกันเท้ามีปัญหา
เราสามารถหาเกราะป้องกันเท้าไม่ให้บาดเจ็บ เป็นแผลพุพอง หรือมีปัญหาเอ็นร้อนหวาย โดยการใช้แผ่นเจลพลาสเตอร์หรือแผ่นป้องกันหนังพุพองปิดตรงตำแหน่งที่โดนกดทับบ่อยๆ ก็จะป้องกันไม่ให้เท้าเป็นแผลพุพองได้

*แช่เท้าในน้ำอุ่นและน้ำเย็น
ศัลยแพทย์กระดูกชาวเยอรมัน ดร.อันเดรอาสคาร์ล จากเมืองเบอร์ลิน กล่าวว่าการแช่เท้าในน้ำอุ่นสลับกับน้ำเย็นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยเท้า

ข้อดี…ช่วยให้เท้าและตลอดร่างกายได้รับการผ่อนคลาย นอกจากนี้มันยังช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีที่เท้าและขา เพราะการใช้ขาตลอดทั้งวันก็อาจทำให้ปวดเมื่อยขา ซึ่งเราสามารถบำบัดได้ด้วยตนเอง

*นวดเท้า
การนวดเท้าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจุดผ่อนคลายที่เท้าจะได้รับการบริหาร ข้อแนะนำก็คือ ควรใช้อุปกรณ์ที่ทำจากไม้จะดีที่สุด เช่น ลูกขนเม่นหรือที่นวดเท้าตะปุ่มตะป่ำที่เราสามารถกลิ้งฝ่าเท้าไปมาได้

ข้อดี…เป็นการบริหารกล้ามเนื้อซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีที่เท้าและขา นอกจากนี้ การยืดเหยียดนิ้วเท้าก็จะช่วยให้ผ่อนคลายได้ โดยใช้ฝ่ามือกดนิ้วเท้าทั้ง 5 พับลงสักครู่แล้วหงายนิ้วเท้าขึ้นโดยการกดเข้าหาหลังเท้าสลับกัน จากนั้นกางนิ้วเท้าออก ควรทำทุกวันเมื่อกลับถึงบ้าน

*เดินเท้าเปล่า
เราควรเดินเท้าเปล่าเท่าที่ทำได้ เพราะมันคือการบำบัดรักษาเท้าได้เป็นอย่างดี และเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งเราสามารถทำเองได้

ข้อดี…เป็นการบริหารกล้ามเนื้อ และเป็นการนวดฝ่าเท้า ซึ่งมันจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและช่วยในการทรงตัว เราจึงควรฝึกเดินเท้าเปล่ากับพื้นชนิดต่างๆ เช่นทรายและก้อนกรวดกลมที่ไม่บาดเท้า โดยอาจจะตั้งกระบะไว้ที่บ้านและเดินย่ำไปมา

*เล็บ...ขาวขึ้น
บางคนมีเล็บเหลือง สีคล้ำ ลองใช้แปรงกับน้ำมะนาวขัดดูสิค่ะ

*ยิมนาสติกเท้า
เราควรบริหารเท้าสม่ำเสมอ เช่น ใช้นิ้วเท้าหนีบก้อนหินไปมาก็จะช่วยให้เท้ากระปรี้กระเปร่าขึ้น หรือใช้นิ้วเท้าหนีบเก็บผ้าเช็ดมือ สลับกันไปมาทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา
*
*

ดูแลจุดซ่อนเร้น ด้วย กระจกส่องจิ๋ม


ดูแลจุดซ่อนเร้น ด้วย กระจกส่องจิ๋ม

มะเร็งปากมดลูก…เป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย

มะเร็งปากมดลูก…เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงไทยเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน

แม้จะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากพบในระยะแรก แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หญิงไทยมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ก็เป็นเพราะ “ความอาย” ของสาวๆ ที่จะไปตรวจภายในประจำปี

อย่าว่าแต่จะไปขึ้นขาหยั่งให้หมอตรวจ จะมีสาวไทยสักกี่คนที่เคยก้มลงสำรวจจุดเร้นลับในร่างกายของตัวเองด้วยวัฒนธรรมอันเสงี่ยมหงิมของไทยที่สอนกันมาแต่เล็กว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน่าอาย หรือไม่ควรพูดถึง

มูลนิธิสร้างความเข้าเรื่องสุขภาพผู้หญิง จึงรณรงค์ให้สาวไทยหันมาเริ่มให้ความใส่ใจกับจุดเร้นลับของตัวเองเพื่อที่จะได้รู้เท่าทันเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นด้วย “กระจกส่องจิ๋ม”

กระจกส่องจิ๋ม เป็นยังไง...มีประโยชน์ยังไง...และมันแตกต่างกับกระจกที่ใช้ส่องหน้ายังไง เรื่องนี้เฉลยโดย ณัฐยา บุญภักดี ผู้ประสานงานมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)

“กระจกบานนี้จะเป็นสัญลักษณ์ที่เอาไว้เตือนใจว่า เรามีกระจกหลายบานเอาไว้ดูหน้า ดังที่ผู้หญิงจะถูกบอกให้รักสวยรักงาม แต่อวัยวะเพศซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันกลับถูกละเลย ผู้หญิงกลับถูกสอนให้ไม่ไปยุ่ง ไม่ไปสัมผัส ดูแล เพราะเป็นของต่ำ ทำให้ผู้หญิงโตขึ้นมาโดยลึกๆ แล้วรังเกียจอวัยวะเพศตัวเอง”

ดังนั้นกระจกส่องจิ๋มจึงไม่ได้มีหน้าตาหรือลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากกระจกส่องหน้าทั่วไป ส่วนใครที่อยากได้กระจกบานนี้เอาไว้เตือนใจ ณัฐยาบอกว่าไม่ใช่ว่าจู่ๆ จะเอาไปเดินแจกเพราะคงไม่มีประโยชน์ แต่จะแจกพร้อมการทำเวิร์กชอป ที่ สคส.ได้เชิญชวนผู้หญิงมาพูดคุยทบทวนกันว่าแต่ละคนถูกบอกถูกสอนมาอย่างไรเกี่ยวกับอวัยวะเพศ และสร้างผลอย่างไรในปัจจุบันพร้อมทั้งทำความรู้จักอวัยวะเพศหญิงให้ลึกซึ้ง เอารูปทางการแพทย์มาดูกันเพื่อเป็นการทำความคุ้นเคย และลดความอายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

“ผู้เข้าร่วมหลายคนพูดเลยว่าเพราะถูกสอนมาจึงทำให้ไม่ไปยุ่งกับส่วนเร้นลับของร่างกาย มีผู้หญิงอายุ 50 ปีแล้ว บอกว่ายังไม่เคยก้มดูของตัวเองให้ชัดๆ เลย ยิ่งเรื่องไปตรวจเช็คสุขภาพมะเร็งปากมดลูก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

การที่เราไม่เคยสำรวจจุดซ่อนเร้นของตัวเอง ทำให้เราขาดการเอาใจใส่ด้านความสะอาด ทำความสะอาดผิดวิธี ใช้น้ำยาที่ไม่มีความจำเป็น และตระหนกตกใจเวลามีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ตกขาว และกลิ่นผิดปกติ ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เพราะเราไม่เคยสังเกตเท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะกระจกส่องจิ๋ม หรือว่าการเวิร์กชอป จะทำให้เห็นความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่ส่วนเร้นลับของตัวเองมากขึ้นและไม่อายเวลาที่ต้องไปตรวจภายใน หรือเมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ไม่อายที่ต้องไปปรึกษาหมอ

เห็นได้จากทุกครั้งที่ทำเวิร์กชอปเสร็จ คนจะมีกำลังใจพากันไปตรวจมะเร็งปากมดลูก ซึ่งทำให้ณัฐยาปลื้มใจว่ากระบวนการรณรงค์ได้ผล ทำให้ผู้หญิงรู้จักร่างกายตัวเอง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องมากขึ้นนั่นเอง

7 ขั้นตอน ตรวจภายในด้วยตนเอง

การเช็คสุขภาพใกล้ตัว อย่างการตรวจภายใน มักเป็นสิ่งที่ถูกผัดวันประกันพรุ่งอยู่เสมอ เรามีวิธีง่ายๆ ในการตรวจภายในด้วยตัวเอง ก่อนจะเดินทางไปตรวจกับคุณหมอมาฝากกัน

1. ล้างมือให้สะอาดก่อนเริ่มตรวจ จากนั้นจัดท่าของตัวเองว่าจะนั่งหรือนอนอย่างไรให้เห็นอวัยวะเพศของตัวเองได้ดีที่สุด

2. หากระจกที่สามารถใช้ถือมา 1 บาน

3. ใช้มือข้างหนึ่งที่ถนัดแยกแคมใหญ่ออกจากกัน มองและคลำดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น ก้อน ตุ่มแข็ง ตุ่มน้ำ แผลรอยบวม หรือมีบริเวณที่สีเปลี่ยนไป

4. ใช้นิ้วแยกแคมเล็กออกจากกัน ตรวจหาความผิดปกติต่างๆ ตรวจดูที่บริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะว่ามีอาการบวมแดงหรือมีแผลหรือไม่

5. ใช้นิ้วมือสองนิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอด กดแยกหนังช่องคลอดออกจากกัน สังเกตตกขาว ถ้าเป็นสีขาวขุ่นเป็นมูกเหนียวหรือมูกใส มีกลิ่นคาวเล็กน้อย แสดงว่าปกติ แต่ถ้ามีลักษณะคล้ายคราบนมที่เด็กแหวะออกมา และมีอาการคันแสดงว่าอาจมีเชื้อราหรือเชื้อพยาธิในช่องคลอด ถึงเวลาที่ต้องไปพึ่งคุณหมอสูติฯ แล้ว

6. ใช้นิ้วมือคลำบริเวณส่วนล่างของแคมใหญ่ทั้งสอง โดยใช้นิ้วมือหนึ่งอยู่ในช่องคลอด และอีกนิ้วหนึ่งอยู่ที่ส่วนล่างของแคมใหญ่ ดูว่ามีก้อนคล้ายถุงน้ำบริเวณนั้นหรือเปล่า เพราะเป็นตำแหน่งของต่อมที่สร้างมูกออกมาช่วยหล่อลื่นในช่องคลอดซึ่งท่อที่ปล่อยมูกนี้เจอปัญหาอุดตันได้บ่อย ถ้าคลำได้เป็นก้อนนิ่มๆ ก็อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้อักเสบเป็นหนองได้

7. สุดท้ายตรวจบริเวณฝีเย็บและรูทวารว่ามีก้อนเนื้อที่เรียกว่า ริดสีดวงทวารหรือเปล่า ถ้ามีก็รีบปรึกษาหมอว่าจะมีวิธีรักษาอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะลำบากเวลาขับถ่าย

หากตรวจแล้วพบสัญญาณไม่ดี อย่างรอยแดง อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคบางชนิด เช่นปากช่องคลอดอักเสบหรือมะเร็งปากช่องคลอด หรืออาการบวม อาจเกิดจากแมลงกัดต่อย หรือเป็นสัญญาณเตือนของโรคไต มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีไฝหรือจุดสีคล้ำ ดำ ก็ควรหมั่นสังเกตว่าจุดเหล่านี้ เข้มขึ้นหรือใหญ่ขึ้นหรือเปล่า มีตุ่มน้ำ อาจเกิดจากเริมหรือผิวหนังอักเสบที่อวัยวะเพศได้ และสัญญาณสุดท้ายมีก้อนเนื้อ ซึ่งอาจเป็นเนื้องอก หรือเกิดจากการอักเสบ

แม้จะรู้ขั้นตอนต่างๆ แล้ว การไปพบคุณหมอสูติฯ เพื่อตรวจภายในปีละครั้ง ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกคน อย่ามัวแต่อายเพราะกันไว้ก่อนก็ยังดีว่าตามรักษากันภายหลัง!

สำหรับผู้ที่สนใจ “กระจกส่องจิ๋ม” สามารถติดต่อขอรับได้ที่มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง โทร. 02-591-1224

ที่มาจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.
*
*

รักแร้เนียนๆ เกลี้ยงเกลาไร้ขน


รักแร้เนียนๆ เกลี้ยงเกลาไร้ขน

การกำจัดขนรักแร้ในปัจจุบันมีให้เลือกหลายวิธีตามความชอบ ความสะดวก และงบประมาณ แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียให้ชั่งใจก่อนทำ ดังต่อไปนี้

โกน
ข้อดี : ง่าย สะดวก กำจัดขนรวดเร็ว
ข้อเสีย : เนื่องจากรากขนยังอยู่ ขนจึงงอกเร็ว แข็งและเป็นตอ นอกจากนี้การโกนจะเกิดขูดบริเวณผิวหนังทำให้อักเสบและติดเชื้อขึ้น

ถอน
ข้อดี : กำจัดขนได้แบบถอนรากออกมาด้วย ทำให้ขนที่งอกใหม่ใช้เวลานานกว่าจะขึ้นอีกครั้ง
ข้อเสีย : ใช้ระยะเวลานานกว่าจะถอนออกหมดและทำให้เกิดตุ่ม ลักษณะเหมือนหนังไก่ เนื่องจากขนคุดได้

แวกซ์
ข้อดี : เหมาะกับคนที่มีขนยาว และหนา วิธีนี้รวดเร็วกว่าการถอน ขนที่ขึ้นใหม่จะนุ่มและงอกช้าประมาณ 6 สัปดาห์
ข้อเสีย : ค่อนข้างเจ็บ ทำให้เกิดตุ่มหรือการแสบแดงได้ และทำให้รูขุมขนใหญ่ขึ้น

เลเซอร์
ข้อดี : เป็นการทำลายรากขน ทำให้ขนไม่งอกขึ้นมาใหม่อีก
ข้อเสีย : ต้องทำซ้ำประมาณ 4-6 ครั้ง และเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด 15,000 บาทขึ้นไป

จี้ด้วยไฟฟ้า
ข้อดี : กำจัดขนได้ถาวรประมาณ 15-20เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนขนที่จี้ไฟฟ้าในแต่ละครั้ง
ข้อเสีย : อาจเกิดแผล รอยไหม้ หรือการระคายเคือง ต้องใช้เวลานาน และเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-5,000 บาทต่อครั้ง

หลังกำจัดขนอาจใช้ผ้าชุบน้ำแข็งโปะเพื่อกระชับรูขุมขน และควรหลีกเลี่ยงการใช้ สารเคมี เช่น โลชั่น น้ำยาดับกลิ่นเหงื่อ ฯลฯ เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตัน และอักเสบขึ้น
*
*

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กลิ่นตัวชาย...กลิ่นกายหญิง...


กลิ่นตัวชาย...กลิ่นกายหญิง...

เมื่อพูดเรื่องของกลิ่น ก็ต้องแยกกันครับระหว่างกลิ่นตัวกลิ่นกายที่หอมโดยธรรมชาติ กับกลิ่นตัวที่เกิดจากการหมักหมมไม่ยอมอาบน้ำเพราะค่าน้ำขึ้นราคา ในภาษาไทยเราก็ไม่มีคำเฉพาะที่สามารถบรรยายให้เข้าใจได้ชัดเจน แต่ในภาษาอังกฤษ กลิ่นตัวหอมๆ เราจะเรียกว่า "Scent" ส่วนกลิ่นตัวเหม็นๆ ก็จะเรียกว่า "Odor"

*กลิ่นธรรมชาติให้มา
กลิ่นตัวกลิ่นกายที่หอมโดยธรรมชาติ เป็นกลิ่นหอมที่ติดตัวมาโดยไม่ต้องไปแต่งเติมอะไร เหมือนกับกลิ่นของเด็กทารก มันมีกลิ่นแบบนี้ของมันเองโดยธรรมชาติ ไม่ต้องใช้แป้งเด็ก ไม่ต้องใช้โลชั่นใดๆ กลิ่นหอมของเด็กก็จะทำให้เรารู้สึกสงบลง อ่อนโยน และรู้สึกว่าต้องทะนุถนอมดูแล น่ากอด น่าอุ้ม...แป้งเด็กที่มีขายออกมาก็มีกลิ่นหอมเบาๆ คล้ายๆ กลิ่นของเด็กโดยธรรมชาติแหละครับ

พอโตขึ้นเป็นหนุ่มเป็นสาวก็มีกลิ่นกายที่เปลี่ยนไป กลิ่นเนื้อหนุ่มดูไม่ค่อยชัดเจนเท่ากลิ่นเนื้อสาว ไม่รู้อาจเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้มีโอกาสดมเนื้อหนุ่มด้วยกันก็ได้! กลิ่นเนื้อสาวแบบธรรมชาติ เป็นกลิ่นที่ทำให้เกิดความรู้สึกถึงความอ่อนโยน บอบบาง น่าทะนุถนอม เป็นกลิ่นที่ดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้าม กลิ่นนี้เป็นลักษณะเฉพาะคน บางคนมี บางคนก็ไม่มี ผู้หญิงประเภทบึกๆ ห้าวๆ พวกทอม ไม่ค่อยมีกลิ่นอย่างที่ว่าหรอกครับ

กลิ่นกายของคนเราก็คงมีลักษณะคล้ายๆ กับฟีโรโมน (Pheromone) คือ สัตว์บางชนิดสามารถปล่อยกลิ่น หรือสารเคมีบางอย่างออกมา เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น หรือเป็นการดึงดูดความสนใจ กระตุ้นเกี้ยวพาราสีในช่วงฤดูกาลผสมพันธุ์ ในคนเราไม่มีฟีโรโมนชัดเจนเหมือนกับสัตว์ การกระตุ้นดึงดูดด้วยฟีโรโมนเป็นเรื่องง่ายเกินไปสำหรับมนุษย์ หากคนเรามีฟีโรโมนเหมือนกับสัตว์ สงสัยคงยุ่งแน่ ตรงไหนที่มีการปิ๊งกัน คงมีกลิ่นของคนโน้น คนนี้ปนกันเต็มไปหมดแต่การที่คนเราจะปิ๊งกันได้ ก็ต้องมีองค์ประกอบมากมาย กลิ่นอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ ส่วนมากแล้วหนุ่มสาวก็มักจะมีภาพของคู่ตนในใจเอาไว้อยู่แล้ว

หนุ่มคนนั้นต้องมีหน้าตาแบบนี้นะ รูปร่าง บุคลิก นิสัยอย่างนี้นะ แถมบางทีก็ต้องมีข้อแม้เพิ่มเติมอีก เช่น ต้องมีรถโก้ๆ ฯลฯ ดังนั้นสังคมมนุษย์มันมีอิทธิพลประกอบอย่างอื่นเยอะ มีฟีโรโมนออกมาเยอะยังไง ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากหรอกครับ

*กลิ่น...ดับอารมณ์
พูดถึงกลิ่นดีๆ แล้ว ก็เลยขอว่าถึงกลิ่นที่ไม่ดีด้วยแล้วกันนะ กลิ่นไม่ดีอาจทำให้หมดอารมณ์ไปดื้อๆ เลยก็ได้

กลิ่นที่เกิดขึ้นในผู้ชายก็มักเป็นกลิ่นตัวจากเหงื่อไคล จากจุดอับต่างๆ เช่น ซอกรักแร้ หากเคยเจอที่มันเหม็นจริงๆ รับรองเห็นจนสลบไปเลยครับ กลิ่นที่ว่าก็เกิดจากการที่มีแบคทีเรียเจริญเติบโตสะสมอยู่ในจุดอับเป็นจำนวนมาก พอมีเหงื่อไคลอับชื้น มันก็จะย่อยสลายโดยแบคทีเรียเกิดเป็นกลิ่นเหม็นๆ ออกมา

ดังนั้นหากมีกลิ่นตัวแรงๆ กลิ่นเต่าพลังสูงก็ต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอาบน้ำบ่อยๆ ใช้สบู่ที่สามารถฆ่าเชื้อโรค ลดจำนวนสะสมของแบคทีเรียได้ หรือถ้าสุดความสามารถแล้วก็ต้องใช้น้ำหอม หรือลูกกลิ้งดับกลิ่นเฉพาะที่บ้าง

จุดที่มีกลิ่นไม่ดีอีกที่ของผู้ชายก็คือที่หนังหุ้มปลายนั่นแหละครับ ปกติแล้วผู้ชายที่มีหนังหุ้มปลายหลงเหลืออยู่ ยังไม่โดนขลิบไปเสียก่อน เวลาอาบน้ำก็ต้องรูดลงมาขัดสีฉวีวรรณตามซอกคอของหนังหุ้มปลายทุกวันให้เป็น กิจวัตร หากมีหนังหุ้มปลายแล้วไม่ล้างให้สะอาดก็จะเกิดการหมักหมม มีกลิ่นเหม็น มีหนังหุ้มปลายแล้วไม่ล้างอย่ามีเสียดีกว่า อย่างนี้ต้องเอาไปขลิบ!

กลิ่นไม่ดีที่เกิดขึ้นในผู้หญิง ก็มักจะเกิดขึ้นตรงจุดสำคัญนั่นแหละครับ อย่างที่เคยบอกแหละครับว่าปากคนเรากับช่องคลอดมันคล้ายๆ กัน เยื่อบุช่องปากกับเยื่อบุช่องคลอดก็คล้ายคลึงกันมาก ปากต้องมีน้ำลายหล่อเลี้ยง ช่องคลอดก็ต้องมีน้ำเป็นมูกหล่อเลี้ยงตลอดเวลา สำหรับปากเราสามารถแปรงฟันทำความสะอาดได้ง่าย แต่สำหรับช่องคลอด เราไม่ค่อยได้ดูแลรักษาความสะอาดมันเท่ากับช่องปากเลย บางทีก็เกิดการหมักหมมภายใน มูกตกขาวที่มีส่วนประกอบเป็นแป้งก็มีการบูดเสีย มีกลิ่นตามมาได้ ยิ่งหากมีการอักเสบติดเชื้อก็ยิ่งมีกลิ่นมากขึ้น

คุณผู้หญิงที่มีกลิ่นเหม็นในบริเวณจุดสำคัญตรงนี้ก็ต้องขยันทำความสะอาดให้ดี อย่าให้มีการสะสมของเชื้อโรค หากรู้สึกว่าตกขาวออกมาผิดปกติ มีสีเขียว สีเหลือง มีกลิ่นแรง ก็ควรรีบไปพบแพทย์จะได้ทำการรักษา ตอนนี้ก็คงนึกภาพออกแล้วนะครับว่า หมอสูติอย่างพวกผม ตรวจอยู่ทั้งวันจะต้องดมกลิ่นอะไรกันบ้าง น่าสงสารเหมือนกันนะ!

ตอนนี้ก็คงรู้แล้วสินะว่าหากมีกลิ่นดีๆ มันช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆ ได้เยอะ แต่ไม่ว่าบรรยากาศจะเป็นใจแค่ไหน ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยมื้อค่ำท่ามกลางแสงเทียน เปิดเพลงรักหวานๆ ฟังเบา มีเสียงจิ้งหรีดร้องเป็นจังหวะให้กำลังใจเป็นระยะ แต่พอเข้าด้ายเข้าเข็ม เปิดออกมากลิ่นเหมือนหัวปลาเน่า...เฮ้อ น่าสงสารสวรรค์ล่ม!

อย่าลืมล่ะ... ดูแลกลิ่นตัวให้ชวนดม เพื่อคนที่คุณรัก หากมันมีกลิ่นไม่ดี ไม่ชวนดม...อย่าลืมนึกถึงหมอสูติฯ ก็แล้วกัน

ที่มาจาก http://www.fwdder.com/topic/157173

ตามไปดู...บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อน้องมีกลิ่น
*
*

เคล็ดลับสุขภาพดี สำหรับสาวออฟฟิศ


เคล็ดลับสุขภาพดี สำหรับสาวออฟฟิศ

สาวออฟฟิศต้องนั่งทำงานทั้งวันทำให้ระบบน้ำเหลืองไหวเวียนไม่ดี และมีปัญหาเรื่องสุขภาพตามมา แต่ออฟฟิศเกิร์ลทั้งหลายสบายใจได้ เพราะเคล็ดลับนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้คุณเอง

1. ไม่ใส่เสื้อเล็กเกินไป
เสื้อแบบที่นักศึกษาสาวๆ ชอบใส่กันเป็นเสื้อต้องห้ามที่ออฟฟิศเกิร์ลไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เพราะมันจะรัดจนเลือดไหวเวียนได้ไม่สะดวก ทำให้ออกซิเจนขึ้นไปเลี้ยงสมองได้น้อยและทำให้อึดอัดหายใจไม่ออก ถ้าใส่แบบนี้เป็นประจำก็จะส่งผลร้ายกับสุขภาพของคุณ

2. อย่านั่งตลอดเวลา
สาวๆ ควรลุกเดินไปเดินมาทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่ยึดคลายตัว และควรบริหารข้อเท้าบ่อยๆ เช่น หมุนข้อเท้า ยกนิ้วเท้าขึ้นลงไปมา

3. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
สาวทำงานต้องนั่งอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลาทำให้ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิตามไปด้วยเพื่อรักษาสมดุลไม่ได้ไม่สบาย ทำให้เกิดอาการเลือดข้นได้ ออฟฟิศเกิร์ลจึงต้องดื่มน้ำบ่อยๆเพื่อให้เลือดจางลง จะได้ไหลเวียนได้สะดวก

4. นอนตัวตรง
อย่านอนคุดคู้ งอตัว หรือนอนคว่ำ ท่านอนคุดคู้จะทำให้กระดูกสันหลังงอ พอตื่นขึ้นก็จะปวดหลัง ส่วนท่านอนคว่ำนอกจากจะทำให้หายใจไม่สะดวกจนหลับได้ไม่เต็มที่แล้ว ยังจะทำให้ตีนกาขึ้นเร็วกว่าปกติด้วย
*
*

ร้อยแปดเคล็ดลับน่ารู้...(3)


ร้อยแปดเคล็ดลับน่ารู้...(3)

60. วิธีเลือกซื้อน้อยหน่า ควรเลือกซื้อผลใหญ่ๆ ตาห่างมากๆ ผิวมีสีนวลๆ สีเขียวอ่อนลง

61. วิธีเลือกซื้อสับปะรด ให้ได้สับปะรดเนื้อดี หวานฉ่ำ เมื่อดีดแล้ว เสียงจะดังแปะ ๆ จึงจะใช้ได้ ถ้าเป็นเสียงโป๊ก ๆ ก็ไม่ควรซื้อ สับปะรดที่หวานฉ่ำเวลาที่ดีดจะมีกลิ่นหอมมาก กว่าสับปะรดที่ไม่ฉ่ำ

62. เลือกซื้อปูสดให้ได้เนื้อแน่น ปูทะเลสดจะต้องสีเข้ม ก้ามโตสีแดงเรื่อๆ เปลือกบาง ลองกดตรงกลางที่มีฝาปิดดู ถ้ากดไม่ลง แสดงว่าปูสดที่มีเนื้อแน่น

63. ต้มน้ำซุปไม่ให้มีไขมันลอยหน้า ใส่ผักกาดหอมลงในหม้อซุปสัก 2-3 ใบ

64. ขจัดกลิ่นสีห้องใหม่ ผสมน้ำวานิลา 1 ช้อนชา ต่อสี 1 แกลลอน คนให้เข้ากันจากนั้นก็นำไปทาได้เลย

65. เอาแมลงออกจากหูโดยง่าย ผักกาดหอมเมื่อคั้นเอาน้ำกรอกใส่หูที่แมลงเข้า แมลงจะทนไม่ไหวคลานออกมาเอง

66. เคล็ดลับปอกหัวหอมไม่ให้น้ำตาไหล ก่อนปอกหอม หั่นหอม ทุบหอม ให้เอาไม้ขีดไฟที่ยังไม่ได้จุดสัก 2-3 ก้าน คาบไว้ให้หัวไม้ขีดโผล่ออกจากปากแล้วก็ลงมือได้เลย

67. เคล็ดลับทำไข่ตุ๋น การจะทำให้เนื้อไข่ตุ๋นเป็นเนื้อเดียวกันต้องใช้น้ำข้าวที่เราหุงผสมลงไปแทนน้ำ เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกันทานอร่อยมาก แต่ต้องจำไว้ว่าใช้น้ำข้าวไม่ใช่น้ำซาวข้าว

68. เลือกซื้อรองเท้าเวลาไหนดี เลือกตอนบ่ายอากาศอุ่นจัด เพราะใช้งานเท้ามามากทั้งวันแล้ว น้ำหนักตัวจะกดเท้าให้ขยายเต็มที่ คุณจะได้รองเท้าที่ใส่สบายกว่าซื้อในตอนเช้า

69. ดับกลิ่นขยะ ใส่เปลือกมะนาวลงในถังขยะ

70. ดับกลิ่นทุเรียน กินมังคุดตามเข้าไป

71. หุงข้าวสวยให้เป็นปุย ใส่น้ำมะนาว หรือ น้ำส้มสายชู ลงในหม้อข้าวขณะหุง เมื่อข้าวสุกจะไม่เหนียวติดกัน

72. ทอดอาหารไม่ให้น้ำมันกระเด็น โรยเกลือป่นลงในกระทะเล็กน้อย

73. ทอดอาหารไม่ให้อมน้ำมัน เติมน้ำส้มสายชูลงไปในน้ำมันเล็กน้อย

74. ย่างเนื้อให้นุ่ม ให้ใส่มะเขือเทศสัก 2-3 ชิ้นกับเนื้อย่างหมักเข้าด้วยกัน

75. เทซอสมะเขือเทศง่ายๆ เอาหลอดพลาสติกใส่ลงไปจนถึงก้นขวด พอเทซอสก็จะไหลออกมาง่ายตามต้องการ

76. ขจัดไขมันออกจากไก่ย่าง ให้เอาไก่ใส่ถุงสีน้ำตาล 2 ชั้น ปิดปากถุงให้แน่น ให้อบความร้อนไว้ในถุงสักพัก

77. ใช้เตาแก๊สให้ประหยัด ควรปรับไฟเวลาจุดเตาให้เป็นสีน้ำเงิน

78. การใช้หม้อดินให้นานๆ เมื่อซื้อมาแล้วควรนำหม้อดินไปแช่น้ำไว้สัก 1 คืน ก่อนนำมาใช้

79. วิธีทำเครื่องแกงด้วยเครื่องปั่น ให้เติมน้ำพอท่วมเครื่องแกง แล้วจึงใช้เครื่องปั่น

80. โขลกน้ำพริกให้ละเอียด ต้องโขลกพริกที่แช่น้ำกับเกลือก่อน แล้วใส่หอมแดงกับกระเทียมที่หลัง

81. ดับกลิ่นกะปิที่ติดมือ เอามือไปขยำเมล็ดข้าวสารในถัง ขยำ 2-3 ครั้งกลิ่นก็จะหายไปเอง

82. แก้กลิ่นสาปไก่และเป็ด นำไปแช่ในน้ำผสมเบคกิ้งโซดา แล้วนำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ ประมาณครึ่งชั่วโมง

83. ผลไม้รักษา โรคตับอักเสบและดีซ่าน ใช้รากองุ่นสด 30-90 กรัมต้มน้ำรับประทาน

84. วิธีรักษาโรคบิด ใช้ใบฝรั่งรับประทาน

85. รักษาภาพโปสเตอร์ ใช้ยาขัดรองเท้าชนิดที่ไม่มีสี เช็ดภาพโปสเตอร์ก่อนที่จะนำมาติดโชว์

86. วิธีรักษาโลหะไม่ให้ผุกร่อน ให้ใช้วาสลินทาผิวของโลหะทุกครั้งที่ใช้ และนำมาทำความสะอาด จะทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายและเช็ดแห้งเร็ว

87. วิธีแก้หัวเทียนบอด ใช้น้ำมันละหุ่งแดงละลายผสมในน้ำมันรถ

88. ขจัดรอยไหม้ในกระทะ นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย แล้วเอาหัวหอมทุบพอแตก 3-4 หัวต้มจนเปื่อย จากนั้นนำกระทะไปล้างตามวิธีปรกติ

89. ต้มถั่วแดงไม่ให้แข็งกระด้าง ต้มให้เปื่อยเสียก่อนแล้วจึงนำไปต้ม

90. ต้มเป็ดพะโล้ให้เนื้อนุ่ม ให้ใส่น้ำแข็งขณะต้ม โดยใส่ทุกระยะที่น้ำเป็ดพะโล้เดือด

91. วิธีทำความสะอาดเครื่องเคลือบทองเหลือง ให้นำหัวหอมต้มในน้ำจนเดือด แล้วใช้หัวหอมขัดเครื่องเคลือบนั้น สิ่งสกปรกที่ติดค้างจะหลุดออกไป

92. ขอดเกล็ดปลาด้วยวิธีง่ายๆ นำปลาไปแช่ในน้ำเดือดพล่านประมาณ 1 นาที รอจนปลาแห้ง จะดึงเกล็ดปลาออกเป็นแผ่นๆ ได้โดยง่าย เนื้อปลาจะไม่หลุดติดเกล็ดออกมาเลย

93. ขูดปลาไหลโดยไม่ต้องใช้ใบข่อย เอามือจุ่มน้ำ แล้วไปกำขี้เถ้านำมารูดปลาไหลไม่กี่ครั้ง ก็จะหมดเมือกไปในที่สุด

94. แก้ปัญหาข้าวสุกๆดิบๆ ละลายน้ำเกลือแล้วพรมลงบนฝาหม้อ โดยต้องปิดฝาหม้อให้สนิทสัก10-15 นาที

95. ยำปลาหมึกให้อร่อย นำปลาหมึกสดๆ มาหั่นแล้วล้างให้สะอาด จึงนำมาคลุกกับแป้งมันสำปะหลังให้ทั่ว ทิ้งไว้ 5 นาที นำไปล้างออก แล้วจึงนำไปลวกในน้ำเดือด ตักใส่จานปรุงรสตามชอบ

96. ต้มไข่ไม่ให้เปลือกแตก ให้ใส่เข็มหมุดสัก 2-3 ตัว ลงในน้ำที่ใช้ต้มไข่จะทำให้ไข่ไม่แตก

97. ไขกุญแจให้ออกง่าย ให้หาผงดินสอดำใส่เข้าไปในรูกุญแจนั้น ผงดินสอดำจะช่วยให้ไขออกง่าย

98. ต้มปลาให้ก้างอ่อนยุ่ย ให้นำอ้อยมาปอกเปลือกตัดเป็นเสี้ยวๆ วางลงในหม้อที่ต้มปลา และนำปลามาวางทับ เติมน้ำพอประมาณตั้งไฟสัก 40 นาที ปลาจะมีเนื้อแข็ง และก้างจะอ่อนยุ่ย

99. อบเป็ดให้อร่อย ก่อนนำเป็ดเข้าอบให้ใช้ส้มผ่าครึ่งซีก ทาให้ทั่วตัวเป็ด แล้วนำไปอบ เป็ดจะนุ่มน่ากิน

100. ล้างแก้วเจียรนัยให้สะอาด ให้นำเปลือกมันฝรั่งไปใส่ในแก้วเจียรนัยหรือแจกันที่มีคราบสกปรก แช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำธรรมดาจะสะอาดหมดจด

101. ขจัดรอยจีบกระโปรง ใช้ฟองน้ำชุบน้ำส้มสายชู ทาตรงรอยจีบให้ทั่ว แล้วใช้ผ้าบางๆ ทาบรีดด้วยเตารีดอุ่นๆ รอยจีบกระโปรงหรือรอยเลาะตรงขากางเกงจะเรียบหายไปตามต้องการ

102. วิธีรักษาเครื่องซักผ้า ให้ใช้น้ำอุ่นพอประมาณ ผสมน้ำสมสายชูสักครึ่งลิตรใส่ลงไปในเครื่องซักผ้า เปิดสวิตซ์ทำงานปกติ น้ำส้มสายชูจะช่วยไล่คราบฝุ่นออกจากตัวเครื่อง และป้องกันการอุดตันได้ด้วย

103. ทำน้ำเชื่อมให้ดูน่ารับประทาน ใส่เปลือกไข่ที่ขยี้ให้ละเอียดลงไปสัก 2-3 ฟอง ขณะเคี่ยวน้ำเชื่อม ตั้งทิ้งไว้จนมีฟองสกปรกขึ้นมา ช้อนฟองออกเคี่ยวต่อไปจนฟองสกปรกหมดจึงกรองด้วยผ้าขาวบาง

104. ทำวุ้นให้ใสแวววาว ต้มน้ำวุ้นให้เดือดได้ที่ก่อน แล้วจึงเติมน้ำตาล ปิดไฟทันที และคนให้ละลาย การเคี่ยวน้ำตาลนานๆ จะทำให้ได้วุ้นมีสีขุ่นไม่ใสแวววาว

105. วิธีกำจัดมดในครัว ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดตรงทางเดินมด มดจะไม่เดินมาบริเวณที่เราเช็ดด้วยน้ำส้มสายชูไว้

106. ลวกลูกชิ้นปลาที่เก่าและเหม็นคาวให้อร่อย ลูกชิ้นปลาที่แช่ตู้เย็นไว้นานๆแล้วมีกลิ่นเหม็นคาว ให้ล้างด้วยน้ำผสมกับน้ำส้มสายชู จากนั้นจึงลวกลูกชิ้น แล้วค่อยนำไปประกอบอาหาร

107. หากทำแกงเผ็ดหรือน้ำซุปแล้วมีรสเค็มเกินไป ให้ฝานมันฝรั่งดิบ ลงไปเคี่ยวต่อจนมันฝรั่งสุก หากเป็นประเภทพะโล้ หรืออาหารตุ๋นที่เค็มไป ควรเติมน้ำส้มสายชูและน้ำตาลลงไปอย่างละ 1 ช้อนชาจะช่วยลดความเค็มลงได้

108. ป้องกันแมลงรบกวนข้าวสาร ใช้ใบมะกรูดวางไว้บนข้าวสาร หรืออาจจะใส่ผสมปนเปไว้ในข้าวสารเลยก็ได้ ซึ่งหากข้าวสารมีจำนวนมาก ก็ใส่ใบมะกรูดมากหน่อย รับรองจะไม่มีแมลงมารบกวนอีกต่อไป หากข้าวสารยังใช้ไม่หมดแต่ใบมะกรูดที่วางไว้แห้งหรือหมดกลิ่นไปแล้วก็ให้เปลี่ยนใบมะกรูดเสียใหม่ ไม่งั้นเดี๋ยวเจ้าแมลงได้ใจกลับมารบกวนอีก
*
*

ร้อยแปดเคล็ดลับน่ารู้...(2)


ร้อยแปดเคล็ดลับน่ารู้...(2)

2. แก้ปัญหาสีน้ำแห้งแข็ง ใช้น้ำส้มสายชูผสมทิ้งเอาไว้ สีน้ำที่แห้งแข็งก็จะอ่อนเหลว นำมาใช้ได้ใหม่อีกครั้ง

3. ขจัดคราบรอยนิ้วบนไพ่ป๊อก ใช้สำลีชุบนมสดเย็นๆ เช็ด รอยเปื้อนก็จะหลุดออกไป

4. ดูแลรักษางาช้าง เอางาช้างวางไว้กลางแดดทั้งๆ ที่ยังเปียกน้ำสบู่อยู่ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยผ้าสักหลาด ก็จะได้งาช้างสวยสะอาดดังเดิม

5. ขจัดคราบกาวสติกเกอร์ ใช้น้ำมันพืชหรือครีมวาสลีนมาทาสติกเกอร์ให้ชุ่ม แล้วจึงค่อยๆ ดึงออกมา

6. วิธีล้างเครื่องหนัง หยดน้ำมันสลัดสัก 2-3 หยด ลงไปในน้ำสบู่แล้วใช้แปรงจุ่มถู จากนั้นจึงซักในน้ำสบู่ธรรมดาอีกครั้ง แล้วล้างด้วยน้ำเย็นรีบเช็ดให้แห้งตากลมไว้ น้ำมันสลัดนอกจากจะช่วยขจัดคราบสกปรกแล้ว ยังช่วยให้หนังคงสภาพเดิมได้ด้วย

7. บรรเทาอาการปวดฟัน ใช้ใบกระเพราขยี้กับเกลือ อุดไปที่รูฟันที่ปวดสักพักอาการปวดก็จะทุเลาลงเอง

8. บรรเทาอาการปวดจากแตนต่อย แค่ใช้แอมโมเนียชุบสำลีแปะลงไปที่ถูกแตนต่อยก็หายปวดแล้ว

9. หุงข้าวแล้วข้าวแฉะ แก้ปัญหาโดยใส่ขนมปังปอนด์สัก 2-3 แผ่น ลงไปในหม้อ ปิดผาหม้อให้แน่นแล้วกดไฟ ไม่นานข้าวก็จะสวยขึ้นมาได้ เพราะขนมปังจะช่วยดูดน้ำเอาไว้

10. แก้ปัญหาเล็บเหลือง ใช้มะนาวครึ่งลูกบีบไว้ในน้ำอุ่น แล้วจุ่มมือลงไปแช่สักพัก เล็บของคุณก็จะกลับมาขาวได้

11. ลับกรรไกรให้คม ด้วยการเอากรรไกรอันที่ไม่คมนั้นมาตัดกับเข็มโครเชท์ โดยค่อยๆ ตัดให้เข็มอันไม่คมนั้นกลิ้งไปจนสุดปลายกรรไกร ทำซ้ำสัก 4-5 ครั้ง

12. ดูแลกาแฟผงไม่ให้จับเป็นก้อน เอาน้ำตาลปอนด์ก้อนขาวๆ ใส่ลงไปสัก 2 ก้อน

13. ทำความสะอาดห้องน้ำกระเบื้อง ราดด้วยน้ำให้ทั่วแล้วเอาเกลือแกงโรยลงบนแปรงขัดห้องน้ำ หรืออาจจะโรยเกลือที่ผ้าเปียกน้ำ แล้วขัดพื้นให้ทั่ว

14. ขจัดกลิ่นส้วม ใช้น้ำมันก๊าดประมาณ 1 ขวดมาเทราดลงไปในคอห่าน แล้วเทน้ำตามลงไปเพื่อขจัดกลิ่นน้ำมันก๊าดให้หมด น้ำมันก๊าดจะช่วยขจัดกลิ่นส้วมให้หมดไปด้วย

15. ป้องกันสัตว์เลื้ยงกัดแกะเครื่องเรือน โดยใช้น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนมาทา

16. ป้องกันหมา แมว ให้ฉี่เป็นที่เป็นทาง โรยพริกไทยป่นลงบนที่มันเคยฉี่ การโรยพริกไทยจะทำให้กลิ่นเดิมของมันหายไป มันจะไม่กลับมาฉี่หรืออุจจาระในที่นั้นอีก

17. วิธีเก็บสายยาง หายางรถยนต์เก่าๆ ที่ไม่ใช้ทำเป็นที่เก็บสายยาง โดยนำสายยางยาวๆ ม้วนสอดเข้าไปในยางรถยนต์ เพื่อป้องกันแสงแดด และโยกย้ายง่ายด้วยการกลิ้งไป

18. ขจัดสนิมเกาะเตารีด เอาผ้าห่อขี้ผึ้งหรือเทียนไขไว้ผืนหนึ่ง อีกผืนหนึ่งโรยเกลือป่นไว้บนผ้า จากนั้นเปิดเตารีดให้ร้อน รีดทับลงบนห่อขี้ผึ้งหรือเทียนไขก่อน ต่อมาจึงรีดบนผ้าโรยเกลือ ทำหลายๆ เที่ยวสนิมก็จะหมดไป

19. ขจัดรอยไหม้ของเสื้อผ้าที่โดนเตารีด ใช้หัวหอมผ่าครึ่งถูตรงรอยไหม้ แล้วใช้น้ำเช็ดอีกครั้ง เพราะว่าหัวหอมมีสารละลายทำให้กัดรอยไหม้ที่อยู่บนผ้าจางหายไป และยังไม่ทำให้ผ้าเปื่อยขาดอีกด้วย

20. เคล็ดลับย่างเนื้อเตาถ่าน ใช้เกลือโรยไฟให้ทั่วขณะไฟติด เกลือจะทำให้ไฟติดได้ง่ายเร็วโดยไม่ต้องพัดให้เปลืองแรง อีกทั้งถ่านจะมอดดับอย่างช้าๆ เป็นการประหยัดถ่านด้วย

21. วิธีทำไม่ให้ถุงน่องรัน นำถุงน่องใหม่ไปแช่น้ำเสียก่อน แล้วนำไปแช่ไว้ในช่องทำน้ำแข็งในตู้เย็น รอจนเป็นน้ำแข็ง จากนั้นเอาออกมาแช่น้ำจนน้ำแข็งละลาย นำไปตากแดดจนแห้ง ถุงน่องเป็นผ้าลื่นเมื่อนำไปแช่แข็งจะทำให้เนื้อผ้าเกาะกันเหนียวแน่นขึ้น ใช้งานแล้วไม่รันง่าย

22. เก็บรักษาเสื้อไหมพรม ซักให้สะอาดนำไปวางบนผ้าขนหนูบางๆ แล้วพันผ้าขนหนูโดยให้ไหมพรมอยู่ด้านใน

23. แก้ปัญหาหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบใหม่ที่ข้าวติดก้นหม้อ นำหม้อในใหม่มาแช่น้ำสักครู่ ประมาณ 5-10 นาที ไม่ควรแช่นานกว่านี้ จากนั้นใช้ฟองน้ำขัดหม้อเบาๆ

24. แก้ปัญหากระทะใหม่ ที่มักประสบปัญหาทอดอาหารแล้วติดกระทะ ก่อนนำกระทะมาใช้ให้เทน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเท่าๆ กัน ลงในกระทะ และนำไปตั้งไฟรอจนเดือด แล้วเทน้ำส้มสายชูทิ้ง ใช้น้ำสะอาดล้างอีกที จากนั้นก็ใช้งานตามปกติ

25. ทำคุกกี้ไม่ให้แตกละเอียดง่าย นำข้าวโพดคั่วที่ยังไม่ได้คลุกเกลือมาวางรองบนพื้นกล่อง และวางบนคุกกี้

26. ปอกแอปเปิ้ลไม่ให้ดำ ให้นำแอปเปิ้ลที่ปอกเปลือกแล้วมาล้างในน้ำผสมน้ำมะนาว

27. เก็บกล้วยน้ำหว้าไว้ให้นาน ๆ หาภาชนะใส่น้ำต้มให้เดือดนำกล้วยน้ำว้าลงไปแช่ประมาณ 3 นาที และนำไปแขวนในที่ที่มีลมโกรก น้ำเดือดจะฆ่าพวกเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้กล้วยเสียเร็วและอยู่ได้ 10 วัน

28. เก็บเนื้อสดข้ามคืนโดยไม่ต้องใช้ตู้เย็น ให้เอาเนื้อทั้งก้อนไปจุ่มลงในน้ำเดือดแล้วแขวนไว้ แบคทีเรียบางส่วนในเนื้อนั้นจะถูกฆ่าตายไปทำให้เนื้อไม่เน่าเสีย

29. ลดน้ำเปรี้ยวของสับปะรด นำมะนาวเปลือกเขียวมาบีบลงบนสับปะรด แล้วโรยเกลือป่นไว้ให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอย่างเบามือ

30. ลดความเค็มของผักดอง นำเหล้าที่แช่เย็นมาผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากัน หั่นผักดองที่เค็มเกินไปแช่ไว้สักครู่ ความเค็มของผักก็จะลดหายไป

31. ย่างปลาไม่ให้ติดตะแกง นำน้ำส้มสายชูมาทาให้ทั่วตะแกรงก่อนย่างปลา เวลาปลาสุกจะไม่ติด และทำความสะอาดตะแกรงง่าย

32. วิธีทำให้กุ้งที่แช่เย็นไว้นานๆให้สดอยู่เสมอ ปอกเปลือกกุ้ง และผ่าหลังให้เรียบร้อย นำไปแช่เบียร์ประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงนำไปประกอบอาหาร รับรองได้ว่าไม่ผิดหวัง

33. ขจัดคาวปลาหมึก ใช้น้ำส้มสายชูแกว่งกับน้ำ นำปลาหมึกมาแช่ไว้ 5-10 นาที กลิ่นคาวปลาหมึกจะหมดไป

34. ป้องกันไม่ให้หัวปลีดำ ต้องแช่หัวปลีลงในน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง

35. รักษารองเท้าให้ดูใหม่เสมอ นำถุงเท้าเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว นำไปซักให้สะอาด ตากลมให้แห้งสนิท จากนั้นนำรองเท้าไปใส่ในถุงนั้น เมื่อเปิดมาใช้รองเท้าจะใหม่อยู่เสมอ

36. ขจัดเศษทิชชูที่ติดตามเสื้อผ้า .ใช้ลูกเทนนิสถูแรงๆ ตรงที่มีกระดาษทิชชู่ติดอยู่ สักหลาดจากลูกเทนนิสจะทำให้เสื้อผ้าคุณสะอาดได้

37. ป้องกันแมลงตอมถังขยะ หยดแอมโมเนียลงข้างถังขยะ และในถังขยะสัก 4-5 หยด กลิ่นของมันจะทำให้มด แมลงวัน หรือสัตว์เลี้ยงไม่กล้าเข้าใกล้ถังขยะอีกเลย

38. ขจัดเศษอาหารปากท่อ นำเกลือแกงใส่ลงไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นให้นำเบกกิ้งโซดา หรือผงฟูต้มน้ำให้เดือดแล้วเทลงไปไขมันที่อุดตันก็จะหลุดออกไป

*ขจัดกลิ่นเหม็นที่กระติกน้ำแข็ง ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำร้อนและนำมาล้างถูกระติกให้ทั่ว ล้างน้ำอีกครั้งด้วยน้ำสะอาดกลิ่นสาปก็จะหายไป

39. ดูแลรักษาเครื่องดูดฝุ่น นำการบูรหรือลูกเหม็นใส่เข้าไปในถุงดูดฝุ่นสัก 1 ก้อน จะช่วยกันแมลงแล้วยังป้องกันกลิ่นอับได้อีกต่างหาก

*ขจัดกลิ่นอับในตู้กับข้าว ใช้ปูนขาวเล็กน้อยใส่ชามใบย่อมไปวางมุมใดมุมหนึ่งของตู้กับข้าว ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน กลิ่นอับชื้นก็จะค่อยๆจางหายไป

40. กำจัดเหา ใช้ใบน้อยหน่าบดให้ละเอียด คั่นเอาน้ำมาหมักกับผมประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยแชมพูสระผม เหาก็จะหายหมดไป แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง 4-5 ครั้ง ถึงจะได้ผล

41. ป้องกันฝุ่นจับดอกไม้ประดิษฐ์ นำไปอังกับไอน้ำเดือด ไอน้ำเดือดจะช่วยขจัดฝุ่นและคราบดำออกไป ทำให้ดอกไม้ประดิษฐ์ดูสะอาดอยู่เสมอ

42. ปลูกมะลิให้ออกดอกสะพรั่ง เด็ดใบออกมากๆ และรดน้ำตอนที่แดดกำลังร้อนๆ เพราะต้นมะลิจะนึกว่าตัวเองไม่มีใบต่อไปจะต้องตายจึงรีบออกดอกให้ทันก่อนตาย และต้นมะลิจะชอบให้เรารดน้ำตอนแดดกำลังส่องไปที่ต้นของมัน

43. ทำความสะอาดเครื่องแก้วโดยไม่ต้องเช็ด ใช้น้ำผสมแอลกอฮอล์ล้าง จะช่วยล้างสิ่งสกปรกออกได้ง่าย ข้อสำคัญจะแห้งได้เอง โดยไม่ต้องเช็ดด้วยผ้าอีกด้วย

44. ดับไฟขณะลุกท่วมกระทะ ใช้ฝาโอ่ง หรือฝาหม้อครอบ (อย่าใช้ลมเป่าเด็ดขาด)

45. ป้องกันรูขวดพริกไทป่นอุดตัน ใส่เม็ดพริกไทยที่เป็นเม็ดๆ เล็กน้อยลงไปในขวดพริกไทยป่น

46. รักษาไม้กวาดดอกหญ้าให้คงทน จุ่มไม้กวาดดอกหญ้า(ซื้อใหม่)ในน้ำเกลือร้อนๆ จะทำให้ขนของไม้กวาดดอกหญ้าเกาะตัวกัน เวลาใช้จะทนทานไม่ขาดง่าย

47. ขจัดกลิ่นคาวปลาในตู้เย็น ใช้ผงกาแฟโรยบนปลาซักกำมือก็จะช่วยดับกลิ่นคาวปลาที่นำไปแช่ในตู้เย็นได้

48. แก้ปัญหาก้างติดคอ ใช้น้ำมะนาวบีบใส่ลงไปในคอ น้ำมะนาวจะทำให้ก้างอ่อนตัวลงทำให้กลืนลงคอได้ง่าย

49. แก้รองเท้ากัด ใช้ค้อนทุบรองเท้าบริเวณที่กัดจนนิ่ม เพราะรองเท้ากัดมีสาเหตุมาจากบริเวณหนังส่วนนั้นแข็งเกินไป

50. ขจัดกลิ่นกระเป๋าหนังที่ซื้อใหม่ นำผ้าขาวห่อใบชา และกระเป๋าเข้าด้วยกัน ใบชาสามารถดูดกลิ่นเหม็นของหนังได้

51. ขจัดกลิ่นคลอรีนในน้ำประปา ฝานมะนาวบางๆ ลงไปในน้ำ มะนาวจะช่วยดูดกลิ่นคลอรีนให้หมดไปได้

52. วิธีขจัดต้นหญ้า ใช้เกลือโรยตรงที่หญ้าขึ้น เพราะว่าเกลือนั้นจะทำให้ดินตรงที่นั้นเค็ม

53. ป้องกันยุงไข่ในแท้งค์น้ำ ให้หาอิฐแดงๆ ที่ใช้ก่อสร้างใส่ลงไปในแท้งค์น้ำ ที่นี้แท้งค์น้ำก็จะไม่มีลูกน้ำอีกเลย

54. ทอดให้กรอบ ต้องละลายแป้งทิ้งไวประมาณ 5-10 นาที ก่อนนำไปทอด

55. เคล็ดลับการทอดไข่เจียว โรยเกลือป่นเล็กน้อยบนน้ำมันในกระทะ

56. ทอดไก่ให้สุกทั้งตัว ก่อนจะนำไก่ลงทอด ให้ใช้ช้อนส้อมจิ้มเป็นรูให้ทั่วเสียก่อน แล้วทอดไฟอ่อนๆ

57. ต้มผักให้หน้ารับประทาน ขณะต้มผักให้เติมเกลือเล็กน้อยจะทำให้ผักมีสีเขียวกว่าเดิม

58. เผามันเทศให้น่ารับประทาน ให้นำมันเทศแช่ในน้ำร้อนเสียก่อน จึงค่อยนำไปเผาบนเตาไฟที่ไม่ร้อนจัดนัก

59. วิธีเลือกซื้อมะนาว มะนาวเปลือกเหลืองไม่เหี่ยวมีน้ำมาก เหมาะสำหรับทำน้ำจิ้ม ถ้ามะนาวผิวเขียวสดเหมาะสำหรับทำต้มยำ ตำน้ำพริก
*
*

ร้อยแปดเคล็ดลับน่ารู้...(1)


ร้อยแปดเคล็ดลับน่ารู้...(1)

1. เคล็ดลับน่ารู้ในการขจัดคราบรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า

*รอยเปื้อนสนิมเหล็ก ใช้เกลือ และบีบมะนาวลงบนรอยเปื้อน แล้วนำไปซักด้วยวิธีธรรมดา ตากแดดจัดๆ

*รอยเปื้อนยางมะตอย และกาว ใช้น้ำมันไฟแช็ค ล้างรอยเปื้อน แล้วจึงนำไปซัก

*รอยเปื้อนน้ำหมึก ขยี้มะเขือเทศลงบนรอยเปื้อน ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง และนำไปซักด้วยวิธีธรรมดาอีกครั้ง

*รอยเปื้อนหมึกลูกลื่น ใช้น้ำมันใส่ผมหยอดลงไปที่รอยเปื้อน และนำไปซักด้วยผงซักฟอกอีกครั้ง

*รอยเปื้อนคราบเลือด ใช้แป้งมันกับน้ำเย็นผสมกันให้ข้นขนาดแป้งเปียก ทากระดาษพอกไว้บนรอยเลือดที่เปื้อน ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วซักน้ำ รอยเลือดนั้นจะหายไป

*รอยเปื้อนคราบลิปสติกบนเสื้อ ก็รีบหาน้ำมันยูคาลิปตัส หรือกลีเซอรีน เช็ดบริเวณที่เปื้อนโดยเร็ว...ถ้าไม่อยากมีปัญหา

*รอยคราบไขมันที่ติดเสื้อผ้า โรยแป้งฝุ่นตรงรอยเปื้อน แล้วเอากระดาษทิชชู่วางทับจากนั้น จึงใช้เตารีดร้อนรีดทับไว้สักครู่ จึงนำไปซักด้วยวิธีธรรมดา

*รอยเปื้อนกาว ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดที่รอยเปื้อน นำมาแช่ในน้ำเย็น แล้วซักตามปกติ

*รอยเปื้อนขี้ผึ้ง วางกระดาษซับบนรอยเปื้อนแล้วกดด้วยเตารีดที่ร้อน เปลี่ยนกระดาษจนกระทั่งไขทั้งหมดถูกดูดซับไปหมด สำหรับผ้าเนื้อบางหรือผ้าไหมให้ใช้กระดาษทิชชูซับแทนกระดาษธรรมดา และใช้เตารีดที่ไม่ร้อนมาก

*รอยเปื้อนไข่ ผสมน้ำซักผ้ากับน้ำอุ่น แล้วนำผ้าเปื้อนไปซัก

*คราบน้ำตาเทียน ใช้ก้อนน้ำแข็งขูดเกล็ดเทียนออกให้มากที่สุด จากนั้นจึงใช้กระดาษประกบบริเวณที่เปื้อนทั้ง 2 ด้าน แล้วใช้เตารีดอุ่นๆ รีดทับจนน้ำตาเทียนซึมออกมาติดกับกระดาษแล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ

*คราบโคลน ปล่อยให้โคลนแห้ง แล้วใช้แปรงปัดออก ซักด้วยน้ำเย็นหลายๆ ครั้งจนไม่มีน้ำโคลนออกมา จึงซักด้วยผงซักซอก

*คราบน้ำชา รีบเทน้ำเดือดลงบนรอยเปื้อนบนผ้าที่เพิ่งเปื้อนจนรอยจางลง จากนั้นนำไปซักในน้ำอุ่นกับสบู่ ถ้ายังไม่ออกให้ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ด แล้วจึงนำไปซัก

*น้ำผลไม้, น้ำมันพืช นำผ้าที่เปื้อนไปขึงให้ตึงบนปากกะละมัง เทน้ำเดือดลงบนรอยเปื้อน แล้วจึงนำผ้าไปซัก

*รอยเปื้อนน้ำหมึก ก่อนซักให้นำเกลือป่นโรยตรงรอยเปื้อน แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปให้ชุ่ม ผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน จึงค่อยนำไปซัก

*รอยเปื้อนกาแฟ ใช้แป้งข้าวเจ้าถูบริเวณรอยเปื้อน แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

*รอยเปื้อนน้ำส้มสายชู ผสมแอมโมเนีย 1 ช้อนชา ในน้ำ 2 ถ้วย (ครึ่งลิตร) แล้วนำผ้าไปแช่ 2-3 นาที ล้างออกแล้วซักถามปกติ

*รอยเปื้อนช็อกโกแลต รีบนำผ้าที่เปื้อนไปแช่น้ำอุ่นทันทีที่เปื้อน อาจใช้น้ำยาขจัดคราบช่วยด้วย จากนั้นนำไปซักตามปกติ

*รอยเปื้อนเลือด นำนมข้นหวานทาบริเวณรอยเปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำไปขยี้น้ำออก

*รอยเปื้อนคราบเลือดจางๆ ใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำสักเล็กน้อย จนข้น นำไปถูเบาๆ ตรงรอยเปื้อน เมื่อแห้งจึงปัดฝุ่นออก

*รอยเปื้อนคราบเลือดฝังแน่น ใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำเย็นที่ผสมเกลือจนชุ่ม ถูเบาๆ จนรอยค่อยๆ จางลง แล้วใช้น้ำเปล่าถูอีกครั้ง สุดท้ายใช้ทิชชู่ซับน้ำให้แห้ง

*เปื้อนครีม เนย น้ำมัน นำแป้งฝุ่นทาตัวมาโรย ใช้กระดาษทิชชู่ หรือกระดาษบางอื่นๆ วางทับ นำเตารีดที่ร้อนพอสมควร วางทับบนกระดาษ จนแป้งดูดคราบมันออกหมด จึงนำ ไปซัก

*รอยเปื้อนสนิม นำผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน บีบน้ำมะนาวลงไปบนรอยเปื้อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

*ผ้าขาวที่ออกสีเหลือง ใช้เปลือกไข่ป่นละเอียด ใส่ในกะละมังซักผ้า แช่ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงซักตามปกติ

*ผ้าขึ้นรา (เล็กน้อย) นำผ้าไปซักในน้ำสบู่ร้อนๆ หรือบีบมะนาวลงไปตรงที่มีราขึ้น แล้วแช่ผ้าไว้ในผงซักฟอกสักครู่ แล้วจึงซักผ้าตามปกติ

*รอยเปื้อนยาแดง เช็ดรอยเปื้อนด้วยแอมโมเนีย หรือซักด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำ

*รอยเปื้อนยาทาเล็บ ซับที่รอยเปื้อนด้วยน้ำยาล้างเล็บ และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาดจนรอยเปื้อนจางลง (ควรลองหยดน้ำยาทาเล็บลงผ้าก่อน)

*รอยเปื้อนยางกล้วย ใช้มะนาวที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ ถูตรงรอยเปื้อนที่เป็นคราบดำแล้วรีบนำมาซักทันที

*รอยเปื้อนลิปสติก ใช้มันเปลวหมูทาตรงรอยเปื้อน หรือใช้น้ำมันหมูทา แล้วจึงซักในน้ำสบู่ร้อนๆ หรือใช้ผงซักฟอกโรยตรงรอยเปื้อน แล้วขยี้ จากนั้นจึงซักตามปกติใช้วาสลินถูตรงรอยเปื้อน แล้วนำไปซักถามปกตินำผ้าที่เปื้อนไปแช่ในน้ำผสมเกลือทิ้งไว้ 1 คืน จะทำให้รอยลิปติกหายไป

*รอยเปื้อนดินสอ ใช้ยาสีฟันป้ายลงบนรอยดินสอแล้วขยี้

*รอยเปื้อนปากกาลูกลื่น ใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์เช็ดจนรอยจางลง แล้วจึงนำไปซัก

*รอยเปื้อนหมากฝรั่ง ขูดยางหมากฝรั่งออกด้วยสันมีด แล้วใช้น้ำแข็งถูเพื่อให้ยางนั้นแข็งตัว แล้วค่อยๆ แกะออก จากนั้นใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ด นำไปซักในน้ำสบู่อ่อน

*คราบเหงื่อไคล ซักด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย หรือน้ำมะนาวละลายยาแก้ปวด 2 เม็ดลงในน้ำ แช่ผ้าไว้สักครู่ จึงค่อยซักตามปกติ
*
*